สวัสดีค๊าาา วันนี้อิ้มจะพาทุกท่าน
ไปเที่ยวไต้หวันนนน
ส่วนตัวอิ้มมาเที่ยวที่นี่เป็นครั้งที่ 2 ค่ะ
สำหรับทริปนี้บอกเลยว่าไม่ซับซ้อน
เน้นความชิววววววเป็นหลัก
อิ้มไปเที่ยวกับพี่ๆ น้องๆ ทั้งหมด 8 คน
ทั้งหมด 6 วัน 5 คืน
ซึ่งในทริปน้านนน เราเน้น กิน กิน กิน !!!
กินตัวแทบแตกเลยจ้าแม่จ๋า
ก็แหมมม เค้ามีของอร่อยอยู่เต็มไปหมด
ทั้งชาบูหมาล่า หลากหลายร้าน แบบคุ้มราคา
ชานมไข่มุก ที่มีแทบจะทุกซอย
แล้ว night market อีกเป็นสิบที่
จะห้ามใจเรื่องของกินยังไงไหว
แต่ว่าาา ไต้หวันก็ไม่ได้ปังแต่เรื่องของกินนะ
ที่เที่ยวเค้าก็เก๋อยู่เด้อ
ใครมีเวลาหรือชอบธรรมชาติ
ไต้หวันยังมีที่เที่ยวน่าสนใจอีกหลายแห่ง
แต่อิ้มค่อนข้างที่จะมีเวลาน้อย
ก็เลยเน้นเที่ยวในเมืองซะส่วนใหญ่
แพลน 6 วัน 5 คืน ของอิ้มรายละเอียดคร่าวๆ ตามนี้นะ
เอาละเอียดกว่านี้สามารถเข้าไปอ่านในเวบได้เลยจ้า
DAY 1
– ออกเดินทางด้วยไฟล์ทเช้าสายการบินแอร์เอเชีย
ถึงไต้หวันเที่ยงๆ ผ่าน ต.ม รับกระเป๋าเสร็จ
ก็นั่ง MRT ไปที Taipei Main Station
พักที่โรงแรม Morwing Hotel Culture Vogue
เก็บกระเป๋าเสร็จก็พุ่งไปที่ Ximending
ทาน Mala Hotpot ชาบู หม่าล่าอันเลื่องชื่อ
พุงตึงเสร็จก็เดินเล่น Shopping กินหมี่อาจง
และชาไข่มุก Xing Fu Tang เจ้าดัง
เสร็จแล้วไปเดินเล่นหาของกิน
คีบตุ๊กตากันต่อที่ Shilin night market
DAY 2
วันนี้เราใช้วิธีเดินทางให้สะดวกมากขึ้น
โดยการเช่ารถตู้พร้อมคนขับ เพราะเราจะไปนอกเมือง
และมีการย้ายที่พัก ขี้เกียจขนกระเป๋า
เลยลองวิธีนี้จะได้สะดวกกับการเดินทางมากขึ้น
เราจอง Go Taipei เที่ยวไต้หวัน เช่ารถพร้อมคนขับ
https://www.facebook.com/gotaipeitour
ความดีงามคือคนขับจะเป็นคนไทย ชื่อว่าพี่หนุ่มค่ะ
พี่หนุ่มน่ารักมาก ใจดี นอกจากจะอำนวยความสะดวก
ในเรื่องของการขับรถแล้ว ยังเป็นเหมือนไกด์
แนะนำที่เที่ยว เจรจาต่อรองกับร้านอาหารบางแห่ง
ที่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ให้ด้วย ประทับใจมาก
ค่าเช่าต่อวันจะอยู่ที่ 6500 TWD
ราคานี้ได้รถตู้ 1 คันพร้อมคนขับ
รวมค่าน้ำมัน ค่าอาหารหมดแล้ว
แต่ถ้าใครอยากชวนพี่เค้าทานข้าวเพิ่มเติมหรือให้ทิป
ก็สามารถทำได้แล้วแต่ใจตามสะดวก
อิ้มไปกัน 8 คน หารกันเหลือคนละ 812.5 TWD
บอกเลยว่าคุ้มค่ามากกก
ใครอยากจองคิว ต้องล่วงหน้า พี่เค้าคิวแน่นจริงๆ
สำหรับวันที่ 2 อิ้มไปเที่ยว
Keelung City (อ่านว่า จีหลงนะ ไม่ใช่ กีลัง)
– Zhengbin Fishing Harbor
(ท่าเรือเจิ้งปิน ท่าเรือสีสันสดใส)
– Tuman Café
– Heping Island Park
– Shen’ao Rail Bike
ปั่นจักรยานต้าวปลาปักเป้าสุดน่ารัก
– Miaokou night market อ่านว่าเมี่ยวโข่ว
หรือบางคนอาจจะเรียก Keelung night market
– Ximending ย้ายมานอนที่โรงแรม PAPA WHALE
DAY 3
วันนี้กลับสู่สภาวะปกติ เที่ยวเอง
เราเดินทางไป Wulai โดยนั่ง MRT สายสีเขียว
มาลงที่ Xindian แล้วต่อด้วยรถบัส
ลงที่ป้าย Wulai ได้เลย ใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่ง
Wulai (อ่านว่า หวู่ไหล)
หมู่บ้านกลางหุบเขา ที่มีธรรมชาติสวยงาม เงียบสงบ
มีน้ำตก และน้ำพุร้อน และ Onsen เก่าแก่
ให้แช่ตัวผ่อนคลาย มาที่นี่สามารถเที่ยวแบบ day trip
หรือพักค้างคืนตามโรงแรมเพื่อแช่ onsen ก็ได้
ส่วนตัวอิ้มมาเที่ยวแบบ Day trip
วันที่ไปเจอซากุระด้วยค่า ฟินมากกก
ไฮไลท์ของที่นี่ จะมีตลาดเก่าแก่ Wulai old market
มีร้านอาหารพื้นเมือง มีทั้งคาเฟ่ วิวน้ำตกชื่อดัง
มีเคเบิ้ล และมีรถไฟจิ๋วน่ารักๆ แต่ซิ่งมาก
ให้นั่งขึ้นไปน้ำตกด้วย สามารถใช้เวลาอยู่ที่นี่ได้ยาวๆ
– Wulai Old market
– Wulai three café
คาเฟ่วิวน้ำตก วิวสวย แต่ราคาแรง
– Wulai log cart รถไฟจิ๋วนั่งขึ้นไปที่น้ำตก
– น้ำตกอูไหล
– Helen Coffee Mobile Espresso
ชอบคาเฟ่นี้ชิวมาก ราคาดีงาม
จากนั้นเราเดินทางกลับไปเที่ยวที่
Chiang Kai shek Memorial hall
แวะกินชานมร้าน Chun Shui Tang
ชานมไข่มุกเจ้าแรกของโลกที่สาขาเจียงไคเชค
จากนั้นแวะกลับมาที่ย่าน Ximending
ไปต่อ New Mala hot pot plus+
กินให้ตัวแตกกันไปข้างนึง
DAY 4
นั่งรถไฟสายผิงซีสุดคลาสสิกและโรแมนติก
รถไฟสายนี้อิ้มถือว่าเป็นสายสำคัญ
เพราะว่ามีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายแห่ง
สามารถเที่ยววันเดียวได้
อิ้มออกเดินทาง จาก Ximending เช้าหน่อย
โดยจะนั่งรถไฟจากสถานี Ximen
มาลงที่ Taipei main Station
แล้วหลังจากนั้นเปลี่ยนสายไปยัง TRA
ไปลง สถานีหูต่ง (Houtong Station) เริ่มต้นที่
– Houtong Cat Village หมู่บ้านแมวสุดน่ารัก
จากนั้นนั่งรถไฟจากหมู่บ้านแมวไปลงที่
– Shifen Old Street
มาปล่อยโคมลอยที่ตลาดโบราณริมทางรถไฟ
จากนั้นนั่งแท็กซี่จาก Shifen ไปที่ Jiufen
ค่ารถอยู่ที่ประมาณคันละ 1000 TWD นั่งได้ 4 คน
แต่ราคาสามารถต่อรองได้นะ ถ้าอิ้มจำไม่ผิด
อิ้มต่อมาประมาณคันละ 800 TWD
– Jiufen หมู่บ้านโบราณ เป็นสถานที่
ที่สาวกการ์ตูนเรื่อง Spirited Away
ต้องรู้สึกคุ้นตาที่นี่แน่นอน
เพราะฉากหนึ่งในเรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจ
มาจากเมืองโบราณ จิ่วเฟิ่น ที่นี่ค่ะ
ภายในสวยงาม คลาสสิก
ถ่ายภาพสวยๆ เดินเล่นที่ถนนคนเดิน ได้เพลินๆ
แต่คนอาจจะเยอะ เดินเบียดเสียดนิดนึงนะ
ขากลับอิ้มมารอรถบัส สาย 965
เพื่อไปลงสถานี Ximen เดินทางประมาณ 50 นาที
หลับได้ตื่นนึงพอดี 555
จากนั้นก็ไปหาของกินอร่อยๆ ต่อที่
– Raohe Night Market
DAY 5
เที่ยววันสุดท้ายก็จะชิวๆ หน่อย เริ่มที่
– Taipai 101
มุมถ่ายภาพตึกไทเป ที่ใครๆ ต้องห้ามพลาด
– Sisinan Village Museum
(อ่านว่า ซื่อซื่อหนันชุน เป็นหมู่บ้านทหารเก่า)
– Good CHO’s café เบเกิ้ลน่าตาน่ารัก
มีไส้ชานมไข่มุกด้วยนะ เกร๋ไปอีก
– Din Tai Fung (101 Branch)
เสี่ยวหลงเปาร้านดังที่อยู่ชั้นใต้ดินตึกไทเป 101
– Rongjin Gorgeous Time
ที่เที่ยวเปิดใหม่ หมู่บ้านญี่ปุ่นสุดคิ้วท์
กลับมาเดินเล่น Ximending คีบตุ๊กตาต่อ
DAY 6
– เดินทางกลับโดยแอร์เอเชียเหมือนเดิม
โดย Flight ที่เราจองเป็นช่วงเที่ยง
แต่เราก็ต้องตื่นเช้าออกจากที่พักก่อน 8 โมง
เพราะกว่าจะเดินทางจาก Ximen ต้องนั่งรถไฟ
มาลง Taipei Main และนั่งรถไฟต่อไปสนามบิน
ต้องเผื่อเวลามาต่อแถวขึ้นเครื่อง
ซื้อของฝาก แวะทานมื้อเช้าอีก
อย่าประมาทเรื่องเวลาเพราะอาจจะตกเครื่องได้นะคะ
ขากลับอิ้มมีสั่งอาหารล่วงหน้า
และทานชาไข่มุกเพิ่มเติมด้วยยย
กลับถึงไทยช่วงเย็นๆ ปิดทริปไต้หวันโดยสมบูรณ์
– ที่พัก อิ้มพัก 2 ที่
คืนแรกพักที่ Morwing Hotel Culture Vogue
โรงแรมนี้อิ้มชอบมาก ห้องน่ารัก
สะอาด ด้านหน้าโรงแรมมีร้านอาหารอร่อยๆ เพียบ
ให้คะแนน 9/10
หักคะแนนเดียวตรงทางเข้าเล็ก
และต้องขึ้นลิฟท์มาเช็คอิน
หลังจากนั้นเราย้ายมาย่านซีเหมินติง
โรงแรมชื่อ PAPA WHALE
โรงแรมนี้ใหญ่นะ ทำเลค่อนข้างดี ห้องสวย
แต่ส่วนตัวอิ้มว่าไม่ค่อยสะอาด
และไม่มีสายชำระ ไม่เก็บเสียง ให้คะแนนแค่ 6/10 พอ
– การเดินทาง
อิ้มบินกับสายการบิน แอร์เอเชีย ค่ะ
เค้ามีบินตรงทุกวันเลยนะ อิ้มเลือกบิน Flight เช้า
ออกเดินทางจากสนามบินดอนเมือง 7 โมงกว่าๆ
ใช้เวลาประมาณ 3.50 ชั่วโมง
ก็ถึงไต้หวันและสามารถเที่ยวต่อได้เลย
อ้อๆ และก่อนเดินทาง
เรายังสามารถซื้อบริการเสริมต่างๆ เพิ่มได้
ไม่ว่าจะเป็นการเลือกที่นั่ง Hot seat
ซื้อน้ำหนักกระเป๋าเพิ่มเติมสำหรับสาย shop
สั่งอาหารล่วงหน้าไว้ทานบนเครื่องก็ได้
รอบนี้ขาไปอิ้มทาน ข้าวกะเพราหม่อมน้อย
ขากลับ ทานผัดไทยสูตรโบราณห่อไข่
เพิ่มเติมคือ ชานมไข่มุกบุก
และ ช็อกโก้สตอเบอร์รี่ไข่มุกบุก
ทานชานมเกร๋ๆ แบบลอยฟ้าไปเลยสิคะ
หรือจะให้จบๆ ก็จอง Premium Flex ไปเลยจ้า
สิทธิประโยชน์เพียบ เช่น เลือกที่นั่งได้ ,
ฟรีน้ำหนักกระเป๋า,ฟรีอาหารร้อน,
ขึ้นเครื่องก่อนใครไม่ต้องต่อคิวนาน
และอีกมากมายหลายสิ่ง
สามารถกดจองตั๋วและดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
https://www.airasia.com/th/th
สำหรับคนที่ไม่เคยไป ,กำลังจะไป
หรือกำลังนั่งคิดถึงไต้หวันอยู่ ดูรีวิวนี้ได้เลยยยน๊า
ช่องทางการติดต่อ Psstory
Facebook Page :
https://www.facebook.com/psstorytrip
Youtube :
https://www.youtube.com/@PsstoryChannel
IG :
https://www.instagram.com/psstorytrip/
E mail :
amim_97@psstorytrip
Tik Tok :
https://www.tiktok.com/@psstorytrip

สาระมีอยู่จริง !!
มาทำความรู้จักไต้หวันสักนิดก่อนไปเที่ยวนะค๊า
1. เที่ยวไต้หวันตอนนี้ยังฟรีวีซ่าอยู่นะ เที่ยวได้ 14 วัน
2. เวลาที่ไต้หวันเร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง
3.สกุลเงินไต้หวันคือ New Taiwan Dollar
ตัวย่อก็ตามนี้ NTD , TWD , NT$
ราคาเท่าต่อบาทไทย
ง่ายต่อการจับจ่าย ซื้อของและใช้เงินมาก
4. นั่งเครื่องบินจากไทยเพียงแค่ 3 ชมครึ่ง
– 3 ชั่วโมงห้าสิบ เท่านั้น
5. Passport ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 6 เดือน
6. สภาพอากาศในไต้หวัน
ฤดูหนาว (เดือนธันวาคม – เดือนกุมภาพันธ์)
ฤดูใบไม้ผลิ (เดือนกุมภาพันธ์ – เดือนพฤษภาคม)
เป็นฤดูใบไม้ร่วง (เดือนตุลาคม – เดือนพฤศจิกายน)
เดือนมิถุนายนถึงกันยายนเป็นช่วงที่ร้อนมาก
ทั้งยังเป็นช่วงที่ฝนตกชุกที่สุดของปี
ไม่ค่อยน่าเที่ยวเท่าไหร่จ้า
7. การเดินทางส่วนมากจะใช้รถไฟใต้ดินเป็นหลัก
8. ภาษาจีนคือภาษาราชการ
แต่คนส่วนมากจะใช้ภาษาฮกเกี้ยน
9. ไต้หวันมีทั้งหมด 21 เมือง
ไต้หวันมีมีทั้งหมด 21 เมือง
แบ่ง มีทั้งหมด 3 เกาะใหญ่
มีเมืองหลวงคือเมืองไทเป
10. ทุกที่เพียงมีบัตร Easy Card หรือ iPass
ในไต้หวันบัตร Easy Card หรือ iPass
คือสิ่งที่จำเป็นและทุกคนต้องมี
บัตร Easy Card หรือ iPass
จะใช้ในการเดินทางรถไฟ
รถไฟฟ้าหรือรถเมล์
ใช้จ่ายซื้อของได้ทั่วไปตามร้านค้า
ห้างสรรพสินค้า ชุปเปอร์มาเก็ต
11. ห้ามสูบบุหรี่ รับประทานอาหาร
หรือเคี้ยวหมากฝรั่ง ภายในสถานีรถไฟฟ้า
หากฝ่าฝืนจะมีเจ้าหน้าที่พุ่งตัวออกมาหาคุณทันที
และเสียค่าปรับ 1,500-7,500 ดอลลาร์ไต้หวัน
12. ไต้หวันใช้ปลั๊กไฟ 2 ขาแบนแบบบ้านเรา
13. ห้ามนำเนื้อสัตว์ทุกชนิดเข้าประเทศ
คร่าวๆ ก็ประมาณนี้
รู้ไว้ก่อนจะได้เตรียมตัวถูกก่อนมาเที่ยวนะคะ

การเดินทาง
อิ้มบินกับสายการบิน แอร์เอเชีย ค่ะ
เค้ามีบินตรงทุกวันเลยนะ อิ้มเลือกบิน Flight เช้า
ออกเดินทางจากสนามบินดอนเมือง 7 โมงกว่าๆ
ใช้เวลาประมาณ 3.50 ชั่วโมง
ก็ถึงไต้หวันและสามารถเที่ยวต่อได้เลย

ไฟล์ทเช้าถึงจะง่วงหน่อย
แต่เราก็งีบบนเครื่องได้น๊า


เตรียมตัวออกเดินทางได้



อ้อๆ และก่อนเดินทาง
เรายังสามารถซื้อบริการเสริมต่างๆ เพิ่มได้
ไม่ว่าจะเป็นการเลือกที่นั่ง Hot seat
ซื้อน้ำหนักกระเป๋าเพิ่มเติมสำหรับสาย shop
สั่งอาหารล่วงหน้าไว้ทานบนเครื่องก็ได้
รอบนี้ขาไปอิ้มทาน ข้าวกะเพราหม่อมน้อย


หรือจะให้จบๆ ก็จอง Premium Flex ไปเลยจ้า
สิทธิประโยชน์เพียบ เช่น เลือกที่นั่งได้ ,
ฟรีน้ำหนักกระเป๋า,ฟรีอาหารร้อน,
ขึ้นเครื่องก่อนใครไม่ต้องต่อคิวนาน
และอีกมากมายหลายสิ่ง
สามารถกดจองตั๋วและดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
https://www.airasia.com/th/th

เราผ่าน ตม มาอย่างไวค่ะ
ต.ม. ไต้หวัน ใจดีมากกก
พอเรารับกระเป๋าปุ๊ป สิ่งแรกที่ควรทำก็คือ
การซื้อบัตร Easy Card หรือ iPass
ในไต้หวันบัตร Easy Card หรือ iPass
คือสิ่งที่จำเป็นและทุกคนต้องมี
บัตร Easy Card หรือ iPass
จะใช้ในการเดินทางรถไฟ
รถไฟฟ้าหรือรถเมล์
ใช้จ่ายซื้อของได้ทั่วไปตามร้านค้า
ห้างสรรพสินค้า ชุปเปอร์มาเก็ต
ค่าบัตร Easy Card ราคา NT$100
บัตรนี้ไม่มีวันหมดอายุ
มาครั้งหน้าก็สามารถใช้ได้ ส่วนการเติมเงิน
ขั้นต่ำครั้งละ NT$100
หาซื้อได้ตาม
มินิมาร์ท เช่น 7-Eleven , Hi-Life ,
Family Mart และ OK Mart
หรือที่ตู้จำหน่ายตั๋วอัตโนมัติ
ในสถานีรถไฟฟ้าก็ได้
แต่อิ้มซื้อที่สนามบินเถาหยวนเลย
การซื้อบัตร EasyCard และเติมเงิน
ต้องจ่ายด้วยเงินสดเท่านั้น
จ่ายด้วยบัตรเครดิตไม่ได้
ส่วนถ้ากลับแล้วแต่เงินในบัตรที่เหลืออยู่
เรายังขอคืนได้ที่ Information Counter
ของสถานีรถไฟฟ้าทุกแห่ง
รวมถึงสถานีรถไฟฟ้าสาย
Taoyuan Airport MRT ด้วย
แต่ต้องเสียค่าธรรมเนียม NT$20
หรือถ้าใครอยากเก็บไว้ใช้ครั้งต่อไปก็ได้เช่นกัน
แต่ซื้อที่สนามบิเถาหยวนจะมีลายไม่มาก
มีทั้งแบบพวงกุญแจ และบัตรธรรมดา
ใครไม่กดซื้อที่ตู้ก็สามารถซื้อที่เคาท์เตอร์ได้ค่ะ
เสร็จแล้วก็แตะบัตรเตรียมขึ้นรถไปเข้าเมืองได้เลย
Taoyuan Airport MRT นี้
แบ่งรถไฟฟ้าออกเป็น 2 ขบวน คือ
1. Express Train (ขบวนด่วนพิเศษ – สีม่วง)
จอดแค่ 5 สถานีเท่านั้น คือ
A1 Taipei Main Station
A3 New Taipei Industrial Park Station
A8 Chang Guang Memorial Hospital
A12 Taoyuan Airport, Terminal 1
A13 Taoyuan Airport, Terminal 2
2. Commuter Train (ขบวนปกติ – สีน้ำเงิน)
จอดทุกสถานี
ตั้งแต่ A1 Taipei Main Station
– A21 Huanbei Station
ทั้ง 2 ขบวน มีรถออกทุกๆ 15 นาที

ของอิ้มจะนั่ง Express Train ไปลงที่
Taipei Main Station
เพื่อพักที่โรงแรม Morwing Hotel Culture Vogue
เดินจากสถานีแค่ 7 นาทีเท่านั้น
อิ้มจองมาเป็นห้องเริ่มต้นเลยค่ะ ราคาคืนนึงประมาณ 1600 บาท สำหรับ 2 คน
เราพักที่นี่ 1 คืน จองมาคืนละ 1,560 บาท
สำหรับ 2 คนไม่รวมอาหารเช้า
โรงแรมนี้อิ้มชอบมาก ห้องน่ารัก
สะอาด ด้านหน้าโรงแรมมีร้านอาหารอร่อยๆ เพียบ
ให้คะแนน 9/10
หักคะแนนเดียวตรงทางเข้าเล็ก
และต้องขึ้นลิฟท์มาเช็คอิน
เก็บกระเป๋าเสร็จก็เตรียมตัวไปหาของกินต่อ
เดินลงมาด้านล่างมีร้านขนม ชื่อว่า
京都果子燒
เป็นเหมือนแพนเค้ก แต่ชิ้นหนา
ด้านในมีไส้แบบฉ่ำๆ
เช่น มัทฉะ ชีส ครีม ถั่วแดง คัสตาร์ด
และอีกหลากหลาย อิ้มว่าโออยู่นะ
ราคาชิ้นละประมาณ NT$20 – NT$25

เสร็จเราก็พุ่งไปที่ Ximending
ทาน Mala Hotpot ชาบู หม่าล่าอันเลื่องชื่อ
ร้าน MALA HOTPOT
ชาบูหมาล่าชื่อดัง
ทั้งในเรื่องของรสชาติ และความคุ้มค่า
ส่วนอิ้มชอบมาก
แนะนำเลยว่า ควรค่าแก่การมาทาน
เค้าจะมีให้เลือก 3 แบบ ซึ่งจะต่างกันที่
เมนูพรีเมี่ยม ฟิลลิ่งเดียวกับของไทย
แพงกว่าก็จะพรีเมี่ยมและมีเมนูพิเศษมากกว่า
ในส่วนของราคาและเวลาดังนี้ค่ะ
1. มื้อกลางวัน (11.30 – 16.00 น.)
ราคา NT$545 , NT$798 , NT$798
2. มื้อเย็น (16.00 – 03.30 น.)
และวันหยุด
NT$ึ798 , NT$898 , NT$998
ราคานี้ยังไม่รวม service charge
อีก 10% และที่ร้านรับเฉพาะเงินสดเท่านั้น!!!
เด็กอายุไม่เกิน 6 ขวบ จ่ายครึ่งราคา
+ service charge NT$100/คน
จำกัดผู้ใหญ่ 1 คนต่อเด็ก 1 คนเท่านั้น
เราสามารถเลือกน้ำซุปได้ 2 จาก 5 อย่าง คือ
1. Mala Spicy Hot Pot
เป็นตัว Highlight ของเค้าล่ะ
2. Vegetable Energy Soup ซุปผัก
3. Stir-fried Chicken
with Chinese Sauce and Hot Pot ซุปไก่ผสมเหล้า
4. Collagen Hot Pot ซุปคอลลาเจน
5. Pickled Chinese Cabbage Hot Pot
อิ้มเลือกซุปหมาล่า กับซุปผักค่ะ
เราสามารถเดินไปตักที่ไลน์บุฟเฟ่ต์
ตรงนั้นจะมีทั้ง ผัก เห็ด ซีฟู้ด ลูกชิ้น
รวมไปถึงพวกเครื่องดื่ม ขนมหวาน ผลไม้
อีกไฮไลท์ของที่นี่คือไอศกรีม Haagen-Dazs
ไม่อั้นและมีหลายรสมากกกกกหรือจะสั่งจากไอแพดก็ได้
แต่เมนูในไอแพดจะเป็นเมนู หมู เนื้อ ต่างๆ
พวกซีฟู้ดจะอยู่ในไลน์อาหารเยอะมากค่ะ
ความดีงามอีกอย่างก็คือ ราคานี้ทานเบียร์ไม่อั้นน๊าดูเป่าฮื้อสิ สดๆ เลยน๊า วัตถุดิบคือดีมาก เนื้อคือดีมากกกก น้ำจิ้มเค้าจะให้เราปรุงเองค่ะ ปรุงได้ตามชอบ
เนื่องจากเราหิวกันมาก
อิ้มก็เลยไม่ได้ถ่ายไลน์มาให้ดู
ช่วงหลังๆ มา อิ้มชอบทานหมาล่ามาก
และหมาล่าที่นี่ น้ำซุปคือซดได้
ไม่เผ็ดมาก กลมกล่อม นัวสุด ๆ
เรียกว่าหยุดไม่ได้เลยจร้า
เพราะมันอร่อยมากกกก
แล้วเนื้อขอบอกว่าดีมากกก
สายเนื้อต้องห้ามพลาด ทุกอย่างดีเกินราคา
แถมของหวาน นานาชนิด และ Haagen-Dazs
แค่นี้ก็คุ้มเกินคุ้มแล้วจร้าา
แนะนำว่ามาแล้วต้องทานนะ
พูดถึงเรื่องน้ำจิ้มสักนิด
หลายคนที่เคยทานคงจะมีสูตรในใจแล้วใช่ไหม
สำหรับใครที่ยังงงๆ กับน้ำจิ้มหมาล่า
แนะนำให้ใส่ทุกอย่างค่ะ จะอร่อยเอง
ถ้าเราชอบเบสที่เป็นยังไง ใส่สิ่งนั้นเยอะหน่อย
เช่น เบสงา ก็ใส่งา
เบสน้ำจิ้มสุกี้ ก็ใส่ลงไป
และไม่ต้องห่วงนะคะ ว่าจะไม่มีน้ำจิ้มสุกี้
ล่าสุดเค้าเอาใจคนไทย
มีน้ำจิ้มพันท้ายวางไว้ให้ด้วย ความรักสุด
ทานเสร็จเราก็เดินเล่นกันต่อ
มีร้านให้ Shopping เยอะขึ้น และห้ามพลาดกับชาไข่มุก
Xing Fu Tang เจ้าดังจริงๆ ร้านนี้มีหลากหลายสาขามากกกกกกกก
สาขานี้เค้าจะมีโซนที่ทำโชว์ด้วยค่ะ
อิ้มสัง Signature Brown Sugar Boba Milk
แต่ก่อนแก้วละ NT$60 ตอนนี้ NT$100
แก้วทรงสูงขึ้น ส่วนตัวแอบแก้วรุ่นเก่ากว่า
มันมีความน่ารัก ปุ๊กปิ๊กกว่า
ชานมของร้านนี้ส่วนตัวอิ้มว่าจะหวานน้อยๆ
ไข่มุกคือหนุบหนับ อุ่นๆ หอมบราวน์ชูการ์ ละมุนสุดแก้วใหม่จะเป็นแบบนี้ >< ใครมาที่นี่ต้องลองน๊าาา อันนี้ร้านเปิดใหม่
เป็นรวมของทอดต่างๆ เห็นว่ามีโอริโอ้ทอดด้วย
แต่อิ้มทานไม่ไหว พุงยังตึงอยู่เลยจ้าาา
เสร็จแล้วไปเดินเล่นหาของกิน
คีบตุ๊กตากันต่อที่ Shilin night market

ตลาดกลางคืนซื่อหลิน
(Shilin Night Market, 士林夜市)
เป็นหนึ่งในตลาดไนท์มาร์เก็ต
ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของเมืองไทเป
โดยจะแบ่งออกเป็น 2 โซนหลักๆ
คือโซนตลาดในอาคารเก่า
ซึ่งมักจะเป็นร้านอาหารและขนม
มีทั้งแบบแผงลอยและที่เป็นร้านเล็กๆ
เกือบ 500 ร้านค้า
ที่เน้นขายอาหารแบบท้องถิ่นของไต้หวัน
สไตล์ Street Food ต่างๆ เช่น ปลาหมึกย่าง,
หอยทอด, ไก่ทอด, ข้าวขาหมู,
และชาไต้หวันต่างๆ เป็นต้น
และอีกโซนที่เป็นตรอกซอกซอยแยกย่อย
รอบๆอาคารตลาดนี้อีกมาก
ซึ่งจะขายของผสมกัน
ไปทั้งร้านอาหาร คาเฟ่
ของเล่น ของฝาก เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า
เครื่องสำอางค์ เครื่องประดับ ของใช้เด็ก
ของที่ระลึก โรงภาพยนตร์ ร้านคาราโอเกะ
และอื่นๆ ทั้งเป็นแบรนด์นานาชาติและร้านท้องถิ่น
การเดินทาง นั่ง MRT
มาลงที่สถานี JIANTAN STATION (สายสีแดง)
ออกทางออก Exit 1 แล้วเดินข้ามถนนไป
อีกนิดเดียวก็จะเจอตลาดแล้วค่ะ


มันบดราดชีส
เป็นเมนูขึ้นชื่อ มาแล้วต้องลองทาน
อาจจะต่อแถวนานหน่อย
แต่คุ้มราคาแน่นอน

แล้วดิฉันก็เดินไปทานไปเรื่อยๆ เลยค่ะ



มีของหลากหลายมากจริงๆ
ใครชอบเดิน Night Market ห้ามพลาด


ก่อนนอนก็แวะไปคีบตุ๊กตา
เสียดายพากุเดทามะกลับมาไม่ได้ ><

DAY 2
เราตื่นเช้า เก็บของเตรียมตัวเช็คเอาท์
และลงมาหาอะไรทานหน้าโรงแรม
เห็นร้านนึงดูหน้าทานมาก
ขายบะหมี่คล้ายๆ หมี่อาจง
ที่สำคัญราคาไม่แรง รสชาติอร่อยใช้ได้เลยค่ะ
ได้มาแล้ว ร้อนๆ หอมๆ อร่อยมาก
ฝั่งขวาจะคล้ายหมี่อาจง
แต่ฝั่งซ้ายจะเหมือนลูกชิ้นราดซอส
ซอสมีความหวานๆ เผ็ดเบาๆ อร่อยดีค่ะคนได้กินมื้อเช้าอร่อยๆ หน้าตาก็จะฟินแบบนี้ อ้อ แล้วใกล้ๆ กัน
มีร้าน ข้าวปั้นไต้หวัน “ฟ่านถวน” (飯糰)
เป็นข้าวเหนียวห่อไส้ต่างๆ
ส่วนใหญ่ก็จะมีปาท่องโก๋กรอบ,
ผักดอง,ไข่,หมูหยอง,ทูน่าเป็นข้าวเหนียวห่อไส้
แล้วแต่เราเลือก และอื่นๆ อีกมากมาย แล้วแต่ร้าน
ราคาเริ่มที่ NT$30 ไปจนถึง NT$65
ส่วนตัวเป็นเมนูที่อิ้มชอบมาก
จะมีขายเฉพาะตอนเช้าๆ
ฟิลเหมือนกินข้าวเหนียวหมูบ้านเรา
พุงตึงกันแล้วก็เริ่มออกเดินทางค่ะ
วันนี้เราใช้วิธีเดินทางให้สะดวกมากขึ้น
โดยการเช่ารถตู้พร้อมคนขับ
เพราะเราจะไปนอกเมือง
และมีการย้ายที่พัก ขี้เกียจขนกระเป๋า
เลยลองวิธีนี้จะได้สะดวกกับการเดินทางมากขึ้น
เราจอง Go Taipei เที่ยวไต้หวัน เช่ารถพร้อมคนขับ
https://www.facebook.com/gotaipeitour
ความดีงามคือคนขับจะเป็นคนไทย
ชื่อว่าพี่หนุ่มค่ะพี่หนุ่มน่ารักมาก ใจดี
นอกจากจะอำนวยความสะดวก
ในเรื่องของการขับรถแล้ว
ยังเป็นเหมือนไกด์แนะนำที่เที่ยว
เจรจาต่อรองกับร้านอาหารบางแห่ง
ที่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ให้ด้วย ประทับใจมาก
ค่าเช่าต่อวันจะอยู่ที่ 6500 TWD
ราคานี้ได้รถตู้ 1 คันพร้อมคนขับ
รวมค่าน้ำมัน ค่าอาหารหมดแล้วแต่ถ้าใคร
อยากชวนพี่เค้าทานข้าวเพิ่มเติมหรือให้ทิป
ก็สามารถทำได้แล้วแต่ใจตามสะดวก
อิ้มไปกัน 8 คน หารกัน
เหลือคนละ 812.5 TWD
บอกเลยว่าคุ้มค่ามากกก
ใครอยากจองคิว ต้องล่วงหน้า
พี่เค้าคิวแน่นจริงๆ
สำหรับแพลนการเที่ยว
เราสามารถดีไซน์เองได้เลย
ว่าอยากไปไหนบ้าง เดี๋ยวพี่หนุ่มจะช่วงแนะนำ
ว่าแถวๆ นั้นมีอะไรน่าสนใจเพิ่มเติม
สำหรับวันที่ 2 อิ้มไปเที่ยว
Keelung City (อ่านว่า จีหลงนะ ไม่ใช่ กีลัง)
มาเริ่มต้นที่ Zhengbin Fishing Harbor

Zhengbin Fishing Harbor (ท่าเรือเจิ้งปิน)
ตั้งอยู่ทางใต้ของเกาะเหอผิง นครจีหลง
ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1934 โดยคนญี่ปุ่น
สมัยที่ญี่ปุ่นยึดครองไต้หวัน
เป็นท่าเรือที่มีความเก่าแก่
และใหญ่ที่สุดในไต้หวัน
จุดเด่นของสถานที่แห่งนี้ก็คือ
อาคารบ้านเรือนบริเวณนี้
ได้รับการเติมแต่งสีสันที่สวยสดงดงาม
แนะนำไปช่วงเช้า ถ้าอากาศดีๆ
จะมีแสงแดดสาดส่องลงพื้นน้ำกลายเป็นสีเขียวมรกต
รายละเอียดด้วยอาคารสีสันสดใส
เป็นภาพที่งดงามมาก
แต่จะบอกว่าอยากได้ภาพแบบนี้คือยากมากนะ
ช็อตฟิลมะ 555555
ต้องพกดวง หรือไปมูมาก่อน
เพราะแถวนี้สภาพอากาศไม่ดี ฝนตกอยู่บ่อยๆ
อย่างวันที่อิ้มไปก็ครึ้มๆ ถือว่าโชคดีที่ฝนไม่ตก ><
ได้เวลารัวชัตเตอร์จ้าาาาา เอาจริงๆ อิ้มว่าที่นี่น่ารักมากๆ เลยนะ


ถ่ายคู่กันซะหนึ่งกรุบ

คิ้วท์มากเวอร์ พูดเลย


ไม่น่ารักตรงไหนให้เอาปากกามาวง

วิธีการเดินทางไปที่ท่าเรือเจิ้งปิน
สามารถทำได้หลายวิธีค่ะ
ถ้าไม่ได้เช่ารถพร้อมคนขับมาแบบอิ้ม
ก็สามารถนั่งรถบัสมาจากไทเปเลยก็ได้
หรือจะนั่งรถไฟจากไทเปมาลงจีหลง
แล้วค่อยมาต่อรถบัสหรือแท็กซี่อีกทีก็ได้
ลองคำนวณเวลาที่เหมาะสมกันดูค่ะ


ดูภาพคนสวยๆ ไปแล้ว มาดูวิวสวยๆ บ้าง ><
สวย คลาสสิก เงียบสงบ
นอกจากนั้นรอบๆ ยังร้านคาเฟ่ซ่อนตัวอยู่เต็มไปหมด
ถ่ายภาพเสร็จก็ได้เวลาแวะเข้าคาเฟ่ค่ะ
ซึ่งอิ้มเลือกร้านนี้นะ tuman café

ภายในเค้ามีที่นั่งหลากหลายโซนเลยค่ะ
ตัวร้านไม่ใหญ่มาก แต่อุปกรณ์คือแน่น เราไปกันหลายคนเลยได้ลองหลายเมนู


ส่วนตัวอิ้มว่าเครื่องดื่มจัดว่าดีค่ะ แต่ขนมเฉยๆ


และไฮไลท์ของร้าน อิ้มขอยกให้มุมนี้เลย
จะเป็นระเบียงออกไปนั่งชิล
ชมวิวท่าเรือสวยๆ
หลงรักมุมนี้ที่สุด

เสร็จแล้วเราก็เดินทางต่อไปที่
Heping Island Park (อุทยานเกาะเหอผิง)
ที่นี่จะมีค่าเข้าชมคนละ NT$120
วิธีการเดินทาง:
นั่งรถไฟธรรมดา (TRA)
มาลงที่สถานี Keelung
ต่อรถบัส Keelung City สาย 101
มาลงที่ป้าย Heping Island Park
นั่งรถไฟธรรมดา (TRA)
มาลงที่สถานี Keelung
ต่อรถบัส Coastal Keelung Shuttle Bus T99
มาลงที่ป้าย Heping Island Park
เกาะเหอผิง ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของไต้หวัน
มีสะพานเหอผิงเชื่อมต่อระหว่าง
เกาะเหอผิงและเมืองจีหลง
มีปราสาทซานซัลวาดอร์
ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้
สร้างขึ้นโดยกองทัพสเปน
เตรียมพร้อมสำหรับการทำธุรกิจกับจีนและญี่ปุ่น
เป็นปราสาทแห่งแรกและแห่งเดียวในเมืองจีหลง
ที่สวยงามและได้รับความนิยม
จากนักท่องเที่ยวในไต้หวัน
รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติด้วยหน้าร้อนคนไต้หวันจะนิยมมาว่ายน้ำที่นี่
นอกจากนั้นเค้ายังมีหินรูปร่างต่างๆ มากมาย
ที่เกิดขึ้นจากการกัดเซาะของลมและน้ำทะเล
ดูแปลกตา และไฮไลท์ของที่นี่
เค้ามีสระว่ายน้ำกลางแจ้ง
(Salt Water Swimming Pool) ด้วยน๊า
ด้วยความสวยงามแบบนี้
ทำให้เมืองจีหลงแต่งตั้งให้เกาะเหอผิง
เป็นสวนสาธรณะริมทะเล
ที่มีความสวยงามและน่าไปเที่ยวชม
แต่น่าเสียดายที่ แถวนี้อากาศไม่ค่อยจะดี
มีคลื่นลมแรง และฝนตกบ่อยๆ
อย่างที่บอกค่ะ มาเที่ยวเมืองนี้
ต้องพกดวงมาด้วยล้วนๆวันที่อิ้มไปคลื่นลมแรงมาก เกือบจะชิว แต่ก็ไม่สุด 5555 แต่เอาดีๆ มุมถ่ายภาพที่นี่เยอะนะ
อิ้มชอบมุมนี้และนี่ค่ะ สระว่ายน้ำกลางแจ้ง
(Salt Water Swimming Pool)
มีคนว่ายน้ำอยู่จริง ไม่ใช้สแตนอิน
คุณพระ ตอนนั้นขนาดอิ้มอยู่บนฝั่งยังหนาวมาก
จิตใจคุณพี่ต้องทำด้วยอะไรคะ
ถึงลงไปว่ายน้ำท่ามกลางอากาศแบบนั้นขอยืนสวยๆ ถ่ายภาพดีกว่า >< อ้อ ๆ ที่นี่เค้ามีคาเฟ่ด้วยนะ ร้านคือน่ารัก แถมมีชาไข่มุกขายด้วย ด้านในมองเห็นวิวแบบนี้เลย ได้แล้ววววว ชานมไข่มุก และอีกแก้วค่า จำชื่อเมนูไม่ได้ ขออภัย >< แล้วเค้ามีซาลาเปาขายด้วยนะ
เป็นรูปน้องเห็ด เหมือนเห็ดจริงๆ น่ารักมากพอทานเสร็จอิ้มก็เดินขึ้นไปยังจุดชมวิวต่อ รูปทรงหินที่นี่ดูแปลกตาจริงๆ แนะนำให้เดินเล่นทางเดินเรียบผาริมทะเลนะ
บรรยากาศดีมากจริงๆเดินมาถึงมุมนี้ ตอนที่เพื่อนอิ้มถ่ายรูปกันไม่คนเลยจ้า
แต่พออิ้มเดินมาเท่านั้นแหละ
ทัวร์ลงเฉยเลยยยยย
คนเต็มเลยจ้าาาาามื้อกลางวัน เราแวะทานอาหารที่ร้านนี้ค่ะ
傻大姐海景餐廳 +886 2 2469 1796
https://maps.app.goo.gl/UWyphowCn7hxnpA76?g_st=ic
เป็นร้านอาหารจีน
ซึ่งคนขายพูดอังกฤษไม่ได้เลย
โชคดีที่พี่หนุ่มไปด้วย เลยช่วยส่งภาษาได้อย่างดีร้านเค้าจะมีสองชั้นค่ะ
ด้านบนบรรยากาศดีอยู่นะ
มองเห็นวิวทะเลสวยๆ แบบนี้เลยด้วยความที่ร้านไม่มีภาษาอังกฤษ
เราก็แปลทรานสเลทกันมันเลยจ้า
ได้ความว่าเราเลือกวัตถุดิบมาปรุง
อยากให้เค้าทำอะไรก็บอก
และทางร้านก็บอกให้เราดูเมนูใน google map
เพราะจะมีลูกค้าถ่ายเอาไว้
อยากทานเมนูไหน เค้าจะแจ้งราคาเรา
ถ้าโอเคก็ให้เค้าทำให้ทานได้เลย
จริงๆ มีพวกเมนูซีฟู้ดเยอะมากนะ
กุ้งมังกร เอย กุ้งลายเสือ หอยต่างๆ ปลานี่เยอะมาก
แต่เราก็ไม่กล้าลองเพราะกลัวไม่อร่อย
ขอทานแบบเบสิกดีกว่า
ซึ่งกล้าชมตัวเองบเลยว่า
เมนูที่พวกเราเลือกกันมา
อร่อยทุกเมนูเลยจ้าาาาาาแซลมอนคือดี สด มาก จนต้องเบิ้ล จะบอกว่า ข้าวผัดอร่อยแบบตะโกน
เห็นจานใหญ่ๆ แบบนี้ เราสั่งไป 2 รอบนะ
ข้าวผัดมาแห้งๆ หอมกระทะ
พูดแล้วอยากกินอีก
อ้อ แต่มีเมนูนึง จานใหญ่สีชมพูๆ
จานนั้นไม่รู้อะไรนะ
ไม่ค่อยอร่อย ไม่ต้องสั่งและนี่ค่ะ MVP ประจำมื้อนี้เลย
มันคือทอดมันโก้งงงงงง คือกุ้งนั่นแหละ 555
แต่เค้าใส่ให้เยอะมากก แน่นมาก
ทอดมาดีไม่อมน้ำมัน จานใหญ่โครตๆ
แต่พวกเราก็สั่งเบิ้ล 55555
สนนราคาร้านนี้หารกัน
ประมาณคนละ 500 บาทไทย
ส่วนตัวว่าถูกมาก คุ้มราคาค่ะ
แต่ใครจะมาตามรอยอาจจะยากนิดนึง
คุณป้าจะสื่อสารยาก
และมีคนนึงอารมณ์ฉุนเฉียวสุด 55555
ถ้าจะให้ดี นั่งแล้วอย่าย้ายโต๊ะ
ส่วนเครื่องดื่ม หยิบเอาได้เลยในตู้
เดี๋ยวเค้าดูกล้องวงจรปิดจะคิดราคาเอง
และอยากกินเมนูไหน หารูปให้ป้าดู
หรือจะทานตามอิ้มก็ได้
สั่งตามได้หมด ยกเว้นจานสีชมพูทานเสร็จก็ได้เวลาเที่ยวต่อ
และอีกจุดหมายนึงที่ทำให้อิ้มอยากมาที่นี่
ก็คือน้องคนนี้ค่ะ
ความน่ารักปุ๊กปิ๊กของไต้หวัน ❤️❤️❤️
ใครไปไต้หวันบอกเลยว่าห้ามพลาด
Shen’ao Rail Bike
ปั่นจักรยานรูปปลาปักเป้าสุดน่ารัก
บนรางรถไฟสายเก่า ชมวิวภูเขา ท้องทะเล
ในบรรยากาศสุดชิลหากใครไม่ได้ขับรถ
หรือเช่ารถพร้อมคนขับแบบอิ้ม
ก็สามารถเดินทางมาได้ดังนี้
การเดินทาง: จากสถานี Taipei Main Station
นั่งรถไฟ TRA ลงที่สถานี Keelung
และต่อ Taxi หรือ นั่งบัสสาย 791
มาลงที่ Jianji Coal Mine
แล้วเดิน 1 นาที ก็จะถึง
ใช้เวลาเดินทางจาก Taipei
ประมาณ ชั่วโมงครึ่งค่ะปกติการมาปั่นน้องต้องจองก่อนนะคะ
Shen’ao Rail Bike
จะมีแบบไปอย่างเดียวราคา NT$150
และแบบไป-กลับราคา (NT$250)
สามารถปั่นได้ 1-2 คน ต่อคัน
ส่วนตัวอิ้ม walk in ไปถึงเกือบๆ 16.30 น.
โชคดีไปถึงรอบรถออก เลยได้ปั่น
แนะนำให้จองล่วงหน้าก่อนไปจะดีกว่า
เพราะเค้าจะออกเป็นรอบๆ
จะได้ไม่เสียเวลานะคะ
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมและจองล่วงหน้าได้ที่
https://www.railbike.com.twน้องๆ มีหลายสีเลย
แต่แอบรู้สึกว่าน้องเก่าไปนิดเอาหล่ะได้คันที่เราจะปั่นแล้วค่ะ
เค้าจะมาสอนวิธีนะ
ทั้งการเบรก การปั่นเตรียมตัวออกเดินทางได้ >< คันหน้าจะปั่นไวไปไหนนนนนน >,<
การปั่นน้อง Shen’ao Rail Bike
จะปั่นประมาณ 1.3 กิโลเมตร
อิ้มแนะนำว่าควรปั่นช้าๆ
เพลิดเพลินกับวิวข้างทาง
บรรยากาศบอกเลยว่าชิลมากกก
ลมพัดเย็นสบาย
วิวช่วงแรกๆ จะเป็นบ้านเรือน คาเฟ่
มีลวดลายสตรีทอาร์ทสวยๆ ให้ได้ชมต่อมาจะเป็นวิวทะเล
ถ้าวันไหนอากาศดีๆ จะเห็นทะเลสีฟ้าสดใสแกกกกก น้องคือน่ารักมากกก และไฮไลท์ก็คือการลอดอุโมงค์แสงสี คือดีมาก ขับต่อมาจะเป็นภูเขา ต้นไม้ ฟิลกู้ดมาพูดเลย ปั่นไปปั่นมาอ้าว ถึงจุดหมายอย่างไว ทุกอย่างคือเพลินมาก น่ารัก ปุ๊กปิ๊กไปหมด พูดแล้วอยากกลับไปปั่นอีก ^^ ขอแวะถ่ายภาพกับน้องอีกสักหน่อย เดินทางต่อมาที่ Miaokou night market
อ่านว่าเมี่ยวโข่ว
หรือบางคนอาจจะเรียก Keelung night market
เป็นตลาดเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน
ด้านในมีร้านค้ามากกว่า 200 ร้านคุณพระ นี่มันสวรรค์ของนักกินชัดๆ แชะภาพก่อนที่จะตะลุยกิน เริ่มเลออออ ด้วยความว่าที่นี่อยู่ใกล้ทะเล
เค้าจะมีเมนูอาหารทะเลอลากหลายร้าน
แต่ไม่ถึงกับว่าเป็นซีฟู้ดจ๋าๆ เหมือนตลาดปลา
จะเป็นพวกข้าวอบ ซุปซีฟู้ด หรือปลาดิบต่างๆนอกจากเมนูซีฟู้ดยังมีเมนูอื่นๆ
ให้เลือกทานเพียบบบข้อดีของที่นี่ก็คือ ร้านแต่ละร้าน
จะเป็นล็อคเล็กๆ ด้านบนจะมีหมายเลข
และเขียนว่าขายอะไร มีภาษาอังกฤษให้ด้วย
คือดีงาม ไม่ต้องไปยืนงงว่าร้านนี้ขายอะไรหว่าแต่ที่เห็นขายกันกลายร้าน จะมีข้าวอบแบบนี้ และพวกซุปทะเล อิ้มเลือกทานร้านนี้เบอร์ 5 ค่ะ
กลิ่นหอมยั่วยวนใจลองเป็น Crab Thick Soup
และ Glutinous Oil Rice ตามชื่อเค้าเลย
Crab Thick Soup เหมือนซุปปู
คล้ายกะเพาะปลาแต่อร่อยกว่ามาก
ส่วน Glutinous Oil Rice
คล้ายๆ บะจ่าง แต่เป็นข้าวที่อบมา
เหนียวๆ หอมมาก อร่อยมาก
ใครมาที่นี่แนะนำให้ลอง อร่อยจริงจังซุปคืออร่อยถูกใจ จากนั้นภาพตัดค่ะ เราเดินกินไปเรื่อยๆ มาปิดท้ายกันที่ขนมหวาน
ก่อนจะเดินทางกลับไปยัง taipeiหลังจากนั้นเราให้พี่หนุ่มมาส่งที่โรงแรม
ซึ่งเราย้ายมานอนแถวซีเหมินติง
โรงแรมชื่อ PAPA WHALE
เรานอนที่นี่ 4 คืน จองมา 10,235 บาท
สำหรับ 2 คนไม่รวมอาหารเช้า
ตกคืนละ 2,559 บาทในห้องจะประมาณนี้ค่ะ ขนาดไม่ใหญ่ กางกระเป๋าลำบากอยู่ แต่ตัวโรงแรมนี้ใหญ่นะ ทำเลค่อนข้างดี
แต่ส่วนตัวอิ้มว่าไม่ค่อยสะอาด
และไม่มีสายชำระ ไม่เก็บเสียง
ให้คะแนนแค่ 6/10 พอสายชำระของฉ้านนนนนนน เสร็จแล้วเราก็มาเดินเล่นต่อที่ ซีเหมินติงค่ะ
จุดมุ่งหมายค่ำนี้ก็คือ บะหมี่อาจงบะหมี่ร้านดังเปิดมาอย่างยาวนานในไต้หวัน
เป็นเมนู Signature ใครมาก็ต้องลอง
ตอนมาซื้ออาจจะดูแถวยาวๆ ไม่ต้องตกใจนะ
รอไม่นานเพราะเค้าทำไวมาก
เค้าจะมีถ้วยเล็กใหญ่ค่ะ อิ้มสั่งถ้วยเล็กมา
เป็นเส้นหมี่ตัดเป็นเส้นเล็กๆพอดีคำ
ใส่น้ำราดเป็นน้ำเหนียวๆ โรยผักชี
ตัวซุปเค็มเบาๆ คล้ายๆ ปลาแห้ง
เค้าจะมีเครื่องปรุงให้เติมเพิ่ม
แต่ส่วนตัวอิ้มว่าไม่ปรุงก็อร่อย ชอบมาก
ใครไปแนะนำให้ลองทานน๊าอ้อ ร้านเค้าจะไม่มีเก้าอี้ให้นั่ง
ต้องยืนเต้าอั้นนะจ้าาาาDAY 6
เดินทางกลับโดยแอร์เอเชียเหมือนเดิม
โดย Flight ที่เราจองเป็นช่วงเที่ยง
แต่เราก็ต้องตื่นเช้าออกจากที่พักก่อน 8 โมง
เพราะกว่าจะเดินทางจาก Ximen ต้องนั่งรถไฟ
มาลง Taipei Main และนั่งรถไฟต่อไปสนามบิน
ซื้อของฝาก แวะทานมื้อเช้าอีก
อย่าประมาทเรื่องเวลา
เพราะอาจจะตกเครื่องได้นะคะ
ขากลับอิ้มมีสั่งอาหารล่วงหน้า
อาหารเลือกเป็นผัดไทยสูตรโบราณห่อไข่
หน้าตาน่าทานมาก แถมอร่อยด้วยชานมไข่มุกบุก และ ช็อกโก้สตอเบอร์รี่ไข่มุกบุก
ทานชานมเกร๋ๆ แบบลอยฟ้าไปเลยสิคะกลับถึงไทยช่วงเย็นๆ
ปิดทริปไต้หวันโดยสมบูรณ์
ส่งท้ายความสุขในรีวิวด้วยภาพนี้นะคะ