เที่ยวเกาหลีด้วยตัวเอง 2022 Update Seoul Hongdae ตามรอยซีรีส์ Hometown Cha Cha Cha ที่เมือง Pohang

อันยองฮาเซโย ><
รีวิวเกาหลีพร้อมเสิร์ฟแล้วจ้า

วันนี้อิ้มจะชวนทุกท่านไปเที่ยวเกาหลีเกาใจ
จึงเรียกว่าเป็นเกาหลีที่คิดถึงมาก
ก่อนเดินทางก็คือตื่นเต้นไม่ไหว
ซึ่งรอบนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่ได้ไป
หลังจากที่ไม่ได้เดินทางไปเกาหลี 4 ปีเต็ม
ความรู้สึกที่ได้ไปในครั้งนี้
จึงเหมือนเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่
กับการเที่ยวเกาหลีด้วยตัวเอง

ครั้งนี้อิ้มไปทั้งหมด 9 วัน
ตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน 65 – 1 ตุลาคม 65
เที่ยวทั้งหมด 3 เมือง โซล โพฮัง และปูซาน
อิ้มจะแบ่งออกเป็น 3 รีวิว จะได้ตามรอยกันง่ายๆ
และข้อมูลไม่เยอะจนเกินไปนะคะ

รีวิวแรกนี้จะเริ่มต้นด้วยการเตรียมตัว
การเดินทางจากไทยไปเกาหลี
ไปสำรวจย่านฮงแดพักโซลหนึ่งคืน
ตื่นเช้าไปโพฮัง ไปบ้านหัวหน้าฮง
หรือ ฮงบันจางงง ที่รักยิ่งของดิฉัน
ตามรอย Home town cha cha cha

สำหรับการเดินทางเข้าเกาหลี ณ ปัจจุบัน
**สิ่งที่ต้องทำก่อนเดินทาง
– กรอก k-eta
https://www.k-eta.go.kr/portal/apply/index.do
กรอกผ่านจะมีอายุ 2 ปี เวลามาเที่ยวครั้งใหม่
สามารถปริ้นได้จากเว็บตลอด มีวันที่ระบุชัดเจน
ถ้ากรอกไม่ผ่าน
คือไม่สามารถเข้าประเทศได้
แต่สามารถกรอกซ้ำได้นะคะ
มีค่าใช้จ่าย 10,000 วอน/ คน
– จองตั๋วเครื่องบิน
https://www.airasia.com/th/th
– จองที่พัก ให้ครบทุกคืน
– กรอก q code ข้อนี้จำเป็นมาก
https://cov19ent.kdca.go.kr/cpassportal/
สามารถกรอกได้ก่อนการเดินทาง
เป็นเอกสารขอยกเว้นการการตัวก่อนเข้าประเทศ

เอกสารที่ต้องปริ้นพกติดตัวไป
มีไว้เผื่อ ตม. ตรวจเอกสาร
– K-ETA
– Q code
– ตั๋วเครื่องบิน ไป- กลับ
– ใบจองที่พักแบบครบทุกคืน
– แพลนการท่องเที่ยว ภาษาอังกฤษ
หรือถ้าไม่สะดวก ก็ทำเป็นภาษาไทย
และใส่ภาพสถานที่ท่องเที่ยวนั้นๆ ไปด้วยได้
ขอแนะนำว่าควรจำสถานที่
หรือชื่อโรงแรมที่พักให้ได้
เผื่อ ต.ม. ถามจะได้ไม่ติดขัด
– กรณีใช้พาสสปอตใหม่ ให้ติดเล่มเก่าไปด้วย
– เอกสารการทำงาน และ statement

วันที่ 1 อิ้มเริ่มต้นด้วยการเดินทางกรุงเทพฯ – เกาหลี
ด้วยสายการบินไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์
มีบินไปโซลวันละ 2 เที่ยวบิน
เลือกได้เลยว่า จะบินดึก หรือบินเช้า
ส่วนอิ้มเลือกบินดึก โดยไฟล์ท XJ 700
ออกจากกรุงเทพฯ 2:40 น.
ไปถึงสนามบินอินชอนในช่วงสาย 10:05 น.
เรียกว่าถึงปุ๊ปเที่ยวได้ปั๊ป สะดวกสบายมาก
อ้อ แล้วนั่งเครื่องนานๆ
ก็อย่าลืมสั่งอาหารทาน มาทานด้วยนะ
ไฟล์ทเกาหลีนี้เค้าจะเสิร์ฟตอนเช้าก่อนเราลงเครื่อง
ยิ่งสั่งล่วงหน้าจะยิ่งประหยัด
แถมมีเมนูให้เลือกเพียบ
ใครมีแพลนไปเกาหลี เช็คไฟลท์บินได้ที่นี่เลยยย
www.airasia.com
พอถึงสนามบินใจตุ้มต่อมมาก เพราะกลัว ต.ม
แต่พอถึงปุ๊ป ต.ม. ไม่ถามสักคำ
ยื่นเอกสารให้ก็ไม่ดู ให้ผ่านแบบตัวปลิวไปเลยจ้า
จะบอกว่าถึงบินโลว์คอสต์ก็ผ่าน ต.ม. ได้
ไม่เกี่ยวกับสายการบินเลยสักนิด

ช่วงที่อิ้มไปยังต้องตรวจ RT-PCR อยู่
จึงทำให้เสียเวลาเข้าเมืองไปหน่อย
แต่ปัจจุบัน ไม่ต้องตรวจแล้วนะคะ
(จริงๆ อิ้มตั้งใจจะไปโพฮังเลย
แต่กลัวเสียเวลาทั้ง ต.ม. และตรวจ RT-PCR
จึงพักที่โซลก่อนหนึ่งคืน)
หลังจากนั้นก็นั่งรถไฟเข้าเมือง
และพักที่โซล 1 คืน
ที่โรงแรม K-POP HOTEL Seoul Station
ราคาคืนละ 2,900 บาท จองที่นี่เพราะอยู่ใกล้สถานี
เดินทางสะดวก แต่ห้องจะเล็กมาก
ฟิลคือเอาไว้นอนอย่างเดียว
หลังจากนั้นก็รีบแต่งตัว
เดินทางต่อไปฮงแดเลยจ้า
ที่ฮงแดคือคนเยอะมากกกกกก คึกคักสุด
วันแรกขอเติมเต็มสิ่งที่ขาด ด้วยปิ้งย่างต่างๆ ที่คิดถึง
เริ่มต้นด้วย
ฮงซึจูกุมิ (Hong’s Jjukkumi : 홍스쭈꾸미)
ปลาหมึกผัดเผ็ด
รสชาติเข้มข้นจัดจ้านถูกปากคนไทย
สามารถเลือกใส่หมูสามชั้นหรือเนื้อก็ได้
และเมื่อทานปลาหมึกผัดเผ็ดใกล้หมด
ทางร้านก็จะใส่ข้าว
ลงไปผัดกับน้ำซอสที่เหลือก้นกระทะ
โรยด้วยไข่กุ้ง กลายผัด
ข้าวผัดไข่กุ้งและสาหร่าย คือฟินหนักมาก
ตอนทานคำแรกน้ำตาจะไหล
เป็นเมนูที่คิดถึงจริงๆ
อิ่มแล้วก็เดินเที่ยว เดินกินขนมไปเรื่อยๆ
ทั้งขนมไข่ Gyeranppang
ขนมน้ำตาล Dalgona Candy
ซอฟท์ครีมสู้ชีวิตที่ร้าน 32 Parfait
และมาร์ชเมลโล่ย่างสอดไส้ไอศกรีมวนิลา
เดินเล่นไปก็มีช็อปปิ้งเบาๆ
จากที่สังเกตุนะ
ตอนนี้ที่เกาหลีฮิตตู้สติ๊กเกอร์ม๊าก
ใครมาต้องจัดเลยค่า
แต่อิ้มไม่ได้จัดเพราะมัวแต่ห่วงของกิน 5555
ก่อนจะกลับที่พักเราแวะทาน
แซมาอึล ชิกตัง
(Saemaeul Sikdang : 새마을식당)
ร้านดังที่ได้รับการแนะนำ
ว่าอร่อยเด็ดมาอย่างยาวนาน
ซึ่งตอนนี้ที่ไทยก็มีสาขาแล้วนะ
แต่ส่วนตัวอิ้มว่าที่เกาหลีอร่อยกว่า
ราคาถูกกว่า
แต่ที่ไทย บริการดีกว่า เมนูหลากหลาย
เครื่องเคียงเยอะมาก สามารถแก้ขัดให้หายคิดถึงได้
ร้านที่ฮงแดเค้าจะเปิด 24 ชั่วโมงเลยนะ
หิวเมื่อไหร่ก็แวะมา
เรียกว่าเป็นแลนด์มาร์กของฮงแด
เนื้อหมูอะไรต่างๆ เค้าดีไปหมด
แต่ที่ห้ามพลาดคือ แกงกิมจิ 7 นาที
เข้มข้นอร่อยมาก
แล้วร้านคือมีเมนูภาษาไทย สั่งง่ายไปอีก
จบวันแรกฟินๆ อิ่มพุงตึงก่อนนอน

วันที่ 2 อิ้มเช็คเอาท์ไป Seoul Station
เพื่อนั่ง KTX ไปที่เมืองโพฮัง
จากโซลจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชม.
ตัวพาส Korea Rail Pass (KR Pass)
ที่ใช้นั่ง KTX เราสามารถจองจากที่ไทยมาได้เลยนะ
ส่วนตัวอิ้มจองผ่าน Klooks
ที่ลิงค์นี้เลย https://bit.ly/3VOvvOA
เค้าจะมีให้เลือกสำหรับการใช้งาน 2, 3, 4 หรือ 5 วัน
ไม่ว่าจะเป็นแบบใช้ติดต่อกัน 3 หรือ 5 วัน
หรือแบบยืดหยุ่น 2 หรือ 4 วัน
อิ้มจองแบบยืดหยุ่น 4 วัน ราคาคนละ 4,887 บาท
วิธีใช้ก็คือ ปริ้น Voucher ที่ได้รับตอนจอง
มายื่นที่เคาท์เตอร์ได้เลย
แต่ย้ำว่าต้องปริ้น Voucher มาด้วยห้ามลืม !!!!
เพราะจะต้องใช้ VC ใบนี้
ในการจองทุกครั้งที่เดินทาง
หลังจากนั้นก็แจ้งเคาเตอร์ได้เลย
ว่าจะเดินทางไปไหน
อย่างไปอิ้มไปโพฮัง ก็แจ้งเค้าตามนั้น
จากโซลจะไปโพฮังมี KTX วันละประมาณ 15 เที่ยว
เที่ยวแรกจากโซล 05:05 ถึง โพฮัง 07:22
เที่ยวสุดท้ายจากโซล 22:20 ถึง โพฮัง 00:43
อิ้มตื่นสายไปนิด
เลยได้ออกจากโซล 10:45 ถึง โพฮัง 13:12
ตอนขึ้นรถไฟ สามารถซื้อขนม
ไปทานได้ด้วยนะ ชมวิวเพลินๆ แป๊ปเดียวก็ถึง
พอถึงสถานีโพฮัง ความปังก็เริ่มบังเกิด 5555
สถานีเงียบมากค่ะสาว แอบเคว้งในใจ
พอเข้าไปด้านในก็พอมีคนอยู่
จากสถานีเรานั่งแท็กซี่มาที่โรงแรมค่ะ
ตอนนั่งแท็กซี่ ต้องย้ำให้เค้ากดมิเตอร์นะ
เพราะบางคันจะให้เราเหมาราคาคือแรงเวอร์
และความยากคือคนที่โพฮัง
สื่อสารภาษาอังกฤษได้น้อยมาก
ตอนพูดชื่อโรงแรมคือเค้าฟังไม่ออก
ต้องเอาภาพจากมือถือให้เค้าดู
อ้อ แล้วที่เกาหลีจะใช้ Google Map ไม่ได้นะ
แอพที่ใช้งานแทนจะเป็น Naver Map
และ Kakao Map
เราสามารถดูเส้นทางจากแอพนี้แทนได้เลย
อิ้มนั่งมาที่โรงแรม Pohang Hotel View
ประมาณไม่เกิน 15 นาที
ค่าแท็กซี่ประมาณ 7,300 วอน
ที่พักคืนที่ 2 ในโพฮังของอิ้ม
อยู่หน้าหาด Yeongildae Beach
อิ้มจองมาคืนละประมาณ 2,800 บาทสำหรับ 2 คน
แต่พอมาถึง เค้ามีห้อง Seaview ว่าง
เลยอัพเกรดไปอีก 600 บาท เป็น 3,400 บาท
ที่นี่จะให้เช็คอิน 4 โมงเย็นค่ะ
ถ้าเราจะไปเที่ยวต่อก็สามารถฝากกระเป๋าไว้ได้
พนักงานสื่อสารอังกฤษได้น้อย
อาจจะให้ข้อมูลการเที่ยวได้ไม่เต็มที่

แล้วก็ได้เวลาที่จะเป็นตามหาหัวหน้าฮงของเราแล้ว
แต่การเที่ยวโพฮัง และตามรอยซีรีส์
จะค่อนข้างยากนิดนึง
เนื่องจากแต่ละสถานที่จะอยู่คนละจุด
และค่อนข้างไกลพอสมควร
วิธีการเดินทางอิ้มแนะนำดังนี้
1. เช่ารถขับได้เลยค่ะ อิ้มว่าวิธีนี้สะดวกที่สุด
และประหยัด แวะได้หลายจุด ทำเวลาได้ดี
แต่อิ้มและเพื่อนๆ ไม่มีใครขับพวงมาลัยซ้ายเป็น
จึงเลือกที่จะไม่เสี่ยงเช่ารถเพื่อความปลอดภัย
(แต่คราวหน้าถ้ามาจะใช้วิธีนี้ค่ะ)
2. สามารถนั่งรถประจำทางได้
แต่ค่อนข้างเสียเวลา และรถแต่ละรอบมาช้า
บางจุดอาจจะต้องเดินเข้าไปไกล
3. เช่ารถพร้อมคนขับ
หรือ เหมาแท็กซี่พร้อมคนขับ
อิ้มเลือกวิธีนี้ค่ะ
ตอนแรกมั่นใจว่าง่าย
อิ้มไปยืนโบกรถแท็กซี่จากหน้าโรงแรม
เรียก 3 คัน ไม่มีใครไปเลยค่ะ 5555
ต้องตั้งต้นใหม่ ให้เพื่อนที่อยู่เกาหลี
คุยกับโรงแรมเรียกแท็กซี่เพื่อจะเหมา
พอแท็กซี่มาถึง
เป็นคุณลุงที่หน้าตาไม่ค่อยยิ้มแย้ม
เค้าให้ราคาเหมาเรา ชั่วโมงละ 25,000 วอน
เราเลือกเหมา 6 ชั่วโมง ราคา 150,000 วอน
พวกเราต่อราคาเหลือ 140,000 วอน ไปกัน 4 คน
หารกันเหลือคนละ 35,000 วอน ก็โอเค
ตอนนั่งรถเราก็เอาที่อยู่ให้คุณลุง
เราเริ่มที่ตลาดกงจิน หรือ Cheongha market
แกไม่จอยกับพวกเราเลย เงียบตลอดทาง
เหมือนแกยังไม่รู้ว่าเรามาตามรอยซีรีส์
แต่พอไปถึงเท่านั้นแหละ
ลงรถได้แกวิ่งสุดชีวิต ไปถ่ายภาพก่อนอิ้มอีกจ้า
จากนั้นแกก็แฮปปี้น่ารัก ยิ้มแย้มตลอด
เพราะรู้ว่าเรามาเที่ยว
พยายามสื่อสารภาษามือ
และจอดให้ถ่ายภาพในจุดสวยๆ
แต่อิ้มแนะนำ
ถ้าอยากเที่ยวให้ครบภายในวันเดียว
ต้องออกแต่เช้า จะเป็น One Day Trip สุดฟิน
ตามรอยหัวหน้าฮงได้อย่างแท้จริง
สถานที่ตามรอย Home town cha cha แบบครบๆ
ก็จะมีดังนี้ แต่บางที่อิ้มไม่ได้ไปเพราะเวลาไม่ทัน
และอิ้มแบ่งเที่ยว 2 วันเพราะไปถึงบ่าย
วันแรกที่มาถึงโพฮัง
– Cheongha market หรือหนึ่งในสถานที่
เมืองกงจินที่มีอยู่จริง ในซีรีส์
Hometown Cha Cha Cha
หมู่บ้านกงจิน’ เมืองติดทะเลน่ารักๆ
ที่มีชาวบ้าน และผู้คนดำรงชีวิตด้วยความเรียบง่าย
เป็นซีรีส์ที่อบอุ่นหัวใจ
และเต็มไปด้วยความสุข
พอเราไปถึง Cheongha market
เค้าเปิดเพลงในซีรีย์บอกเลยยิ่งฟิน
เดินฉีกยิ้มตลอด ดิฉันใจเต้นตึกตัก
ราวกับจะได้เจอหัวหน้าฮง
เดินสวนกันที่ตลาดแห่งนี้
และส่วนตัวอิ้มชื่นชอบคุณนักแสดง คิมซอนโฮ
หรือหัวหน้าฮงมาก บอกเลยคือยิ่งอิน
โปรดเรียกดิฉันว่า ซอนโฮฮาดาตัวจริงนะ ><
อ่ะกลับมาที่ซีรีส์ก๊อนน
ซึ่งจุด Cheongha market นี้จะมี 5 ที่หลักๆ
– ร้านคุณโอยุนพ่อของจูรี ชื่อยาวๆ ว่า
คาเฟ่ในตอนกลางวันและเบียร์ในคืนเดือนหงาย
– ร้านซุปเปอร์โบรา Bora Supermarket 
– ร้านขายวัสดุก่อสร้างของคุณพ่อโบรา
– อนุสาวรีย์ปลาหมึก
– ร้านจาจังเหมี่ยนคุณนัมซุก
แต่ๆๆ ตลาดนี้อิ้มเห็นอีกสองจุด
เสียดายไม่ได้ถ่ายมาเพราะตอนขึ้นรถมาแล้ว
– ธนาคารที่หมอยุนไปถอนเงินจ่ายค่ากาแฟ
– หน้าร้านที่หมอยุนเจอโบรา
และอีจุนฟันหลุด
ต่อมาเป็น
– Wolpo beach
หาดนี้เรียกว่าเป็นความทรงจำ
ของหัวหน้าฮงและหมอยุนเลยค่ะ
เพราะเจอกันครั้งแรก
และยังเป็นหาดที่หัวหน้าฮงชอบมาเล่นเซิร์ฟ
ปัจจุบันเค้ามีร้านสอนเล่นเซิร์ฟ
มีคนไปเรียนเยอะเลยค่ะ
นอกจากนั้นรอบๆ หาด
ยังเป็นที่พักผ่อนบรรยากาศดี
และยังมีมุมน่ารักๆ ให้ถ่ายภาพด้วย
– Igari Anchor Observatory
บางคนก็บอกว่าที่นี่เป็นฉากหนึ่งในซีรีส์
ในเฉพาะฉากกลางคืน
จะเป็นแสงไฟระยิบระยับ แต่อิ้มไม่เห็นนะ
สงสัยต้องกลับไปดูใหม่ รอบที่ 6 5555
แต่ถึงจะอยู่หรือไม่อยู่ซีรีส์ก็ควรแวะ
ที่นี่เป็นสะพานที่ยื่นไปในทะเลคือน่ารักมาก
มองเห็นวิวทะเลได้แบบเต็มตา
– Hyejin’s clinic
คลินิกทำฟันของหมอยุนฮเยจิน
ซึ่งปัจจุบันด้านบนเป็นคาเฟ่
สามารถขึ้นมาทานอาหารและเครื่องดื่มได้
ตอนขึ้นไปจะบอกว่าอิ้มฟินจิกหมอน
ตัวร้านยังมีกลิ่นอายของคลินิก
มีรูปภาพหัวหน้าฮง หมอยุน
และร้านยังเปิดซีรีส์วนไปตลอด
ส่วนมุมต่างๆ เรามโนภาพได้เลยว่า
ในฉากอะไรอยู่ตรงไหน
อิ้มเลือกที่นั่งตรงที่คิดว่าเป็นโต๊ะหมอยุน
มโนว่าตัวเองกำลังรอหัวหน้าฮง 555
แต่เรามาถึงตอนเกือบค่ำ
จึงไม่เห็นวิวทะเลสวยๆ
แบบที่หมอยุนมองเห็น
เสียดายมาก เอาไว้จะมาใหม่แน่นอน
– Sanbang memorial park เรือบนยอดเขา
จุดนี้คือสำคัญมากกกก
เพราะจะมีเรือของปู่หัวหน้าฮงตั้งอยู่นั่นเอง
ซึ่งในซีรีส์เราจะเห็นหัวหน้าฮง
ไปที่นี่อยู่บ่อยครั้ง
และถูกใช้เป็นที่ถ่ายรูปแต่งงาน
ในตอนจบของเรื่องด้วย
แน่นอนค่ะ อิ้มไปถึงค่ำ
เลยไม่ได้ขึ้นไปชมด้านบน
และมองเห็นเรือจากด้านล่างไกลๆ
หากจะวางแผนมาเที่ยว
แนะนำมาถึงที่นี่สัก 5 โมงเย็น
จะได้ชมวิวพระอาทิตย์ตกได้อย่างสวยงาม
และถ้าจะเพิ่มความฟิน
อิ้มแนะนำให้ไปร้าน “Villa De Wave”
เป็นร้านที่นักแสดงไปทานอาหาร
พิซอนของเราสั่งเมนูปลาหมึกสไปซี่น๊า
เสียดายอิ้มเองมารู้ทีหลังก็ไม่ได้แวะเช่นกัน
เสร็จจากการตามรอยก็ค่ำ
อิ้มก็กลับมาเที่ยวต่อ
– Pohang Space Walk
เป็นเที่ยวใหม่ๆ ของเกาหลี
กับสกายวอร์คที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ
เพิ่งเปิดใหม่ๆ สดๆ ร้อนๆ
จะบอกว่าที่นี่คือดีไซน์ล้ำ และสวยมาก
สามารถมาเที่ยวได้ทั้งวัน
ความสวยงามก็คนละแบบ
เช้าก็ได้ฟิลนึง เย็นก็ได้ฟิลนึง กลางคืนก็ได้ฟิลนึง
อิ้มมากลางคืน เค้าเปิดไฟสว่างไสว
อลังการงานสร้าง
เป็นแลนด์มาร์กใหม่
ที่ห้ามพลาดเมื่อมาเที่ยวเกาหลีเลยค่ะ
ปิดท้ายด้วยการทานอาหารเย็น
กับร้าน Madangjib สาระพัดเมนูหอยย่าง
เครื่องเคียงจัดเต็ม ต้องมาลองน๊า
และปิดท้ายกับกิจกรรมยามดึก
เชื่อว่าไหมว่าเที่ยงคืน ตีหนึ่ง
คนที่นี่เค้ายังไม่นอนจ้า
เค้ามานั่งร้องเพลงริมหาด
บางคนก็พาแฟนมาสวีท
และที่พีคคือ บางคนเค้าจุดพลุกันริมหาดจ้า
มีร้านขายพลุอยู่ตรงนั้น
หรือจะหาซื้อจากมินิมาร์ทก็ได้เหมือนกัน
เค้าจริงจังกับการจุดพลุมาก
แต่ไม่ใช่แรงๆ แบบพวกกระจับนะ
จะเป็นพลุเล็กๆ ไฟยงไฟเย็นไฟใจ
เอาฟิลเน้นโรแมนติก
ซึ่งเราก็เอาด้วย จะบอกว่ามันดีมาก 5555

วันที่ 3 อิ้มเช็คเอาท์ออกจากโรงแรม
และฝากกระเป๋าไว้เดินเที่ยว
หน้าหาด Yeongildae Beach นิดหน่อย
แล้วก็เรียกคุณลุงคนเดิมมารับ
วันนี้เราเหมาแก 4 ชั่วโมง
ราคาชั่วโมงละ 25,000 วอนเหมือนเดิม
แต่แกขอนำเสนอจุดท่องเที่ยวเพิ่มด้วย
เราก็ให้แกพาไป
จุดแรก เป็นเหมือนอนุสาวรีย์
อิ้มหาชื่อไม่เจอแต่จากมุมนี้ก็สวย
มองเห็นวิวทะเลสุดลูกหูลูกตา

ต่อมาแกพาไป
– Homigot Sunrise square
มีรูปปั้นมือยักษ์อยู่ในทะเล
เป็นสถานที่สำคัญของเมืองโพฮัง
เพราะในวันปีใหม่
จุดนี้จะเห็นพระอาทิตย์ขึ้นเป็นที่แรก
ของประเทศเกาหลีใต้
คนเกาหลีจะนิยมมาในวันขึ้นปีใหม่
เพื่อมาดูแสงแรกของปี
รอบๆ ของที่นี่ก็จะมีร้านค้า ร้านอาหารต่างๆ
ซึ่งคุณลุงคงดูแล้วว่าเราหิว
มีซื้อขนมเลี้ยงด้วยนะ
ฟิลเหมือนคุณลุงพาหลานๆ เที่ยวสุด
หลังจากนั้นก็ตามรอยซีรีส์ต่อ
– บ้านหัวหน้าฮง บ้านคุณยายกัมรี
บ้านหมอฟัน ประภาคารสีแดง
ซึ่ง 4 ที่นี้จะอยู่ที่เดียวกันค่ะ
บ้านหัวหน้าฮง อยู่ด้านล่าง
บ้านหมอฟัน จะอยู่แถวด้านบน
ถ่ายภาพได้แค่เฉพาะด้านหน้า
เพราะเป็นบ้านที่มีคนอาศัยอยู่จริง
บ้านคุณยายกัมรี ยังไม่รื้อแต่ติดป้ายห้ามเข้า
ส่วน ประภาคารสีแดง
สามารถเดินถ่ายภาพได้ชิลๆ
แต่อาจจะไม่ส่งเสียงดังนะคะ
เพราะตรงนั้นจะเป็นชุมชม
อ้อ และจะบอกว่า
ประภาคารสีแดงที่โพฮังมีเยอะมาก
แต่อันที่ถูกต้องจะอยู่ที่เดียวกับบ้านหัวหน้าฮง
อิ้มจะทิ้งพิกัดต่างๆ บนรีวิวในเวบนะคะ
สุดท้ายเราแวะ Auspice café
เป็นคาเฟ่บรรยากาศดีติดริมทะเล
มีมุมถ่ายภาพสวยๆ เยอะมาก
เอาจริงๆ ในโพฮังเอง มีคาเฟ่อีกหลายที่
ที่น่ามาเช็คอิน ไว้จะมาใหม่แน่นอน
จากนั้นคุณลุงก็กลับมาส่งเราที่โรงแรม
และไปส่งที่สถานีโพฮัง
อิ้มมารู้ทีหลังว่าจริงๆ ก็มีแท็กซี่นำเที่ยว
สามารถเรียกได้ตั้งแต่สถานีโพฮัง
ราคาเหมา 5 ชั่วโมง 90,000 วอน
เช่าเพิ่มคิดชั่วโมงละ 20,000 วอน
ราคาถูกกว่าที่เราไปกับคุณลุง
ที่เราเหมาไปจ้า 55555
ซึ่งเพื่อนๆ สามารถจองจากสถานีโพฮังได้เลยค่ะ)
แต่ส่วนตัวถามว่าไปกับลุงก็แฮปปี้นะ
คุยภาษามือกันสนุกมาก
และพอคุณลุงแกรู้จุดประสงค์ของเรา
แกเต็มที่มาก ตื่นเต้นทุกที่ที่พาเราไป
ถึงปุ๊ปวิ่งไปสำรวจว่าต้องถ่ายภาพจุดไหน
รอเราทุกจุด จะถ่ายภาพให้
และแนะนำสถานที่เที่ยวเพิ่มให้ด้วย
แถมซื้อขนมเลี้ยงเราอีก
แกใจดีและน่ารักในแบบของแก
ซึ่งพวกเราประทับใจ
ใครอยากเจอคุณลุง และให้แกนำเที่ยว
ก็สามารถให้โรงแรมโทรเรียกได้
ที่เบอร์นี้นะคะ 010-8939-9617

เอาหล่ะ ใครอยากอ่านรีวิวแบบแน่นๆ
ดูภาพสวยๆ ตามอ่านต่อ ในรีวิวนี้เลยค๊าา

ช่องทางการติดต่อ Psstory
Facebook Page : https://www.facebook.com/psstorytrip
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCDbovnzcEgLS-l5NFi1tj3Q
IG : https://www.instagram.com/psstorytrip/
E mail : amim_97@psstorytrip
Tik Tok : https://www.tiktok.com/@psstorytrip

ก่อนรีวิวนี้จะจบลง
ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามจนมาถึงบรรทัดนี้
ขอบคุณทุกคอมเม้นต์
ขอบคุณทุกไลค์ ขอบคุณทุกแชร์
เป็นกำลังใจที่ดีในการทำรีวิวมากๆ
ถ้าชอบก็ฝากกดไลค์กดแชร์ด้วยนะคะ
อัพเดทเรื่องกิน เช็กอินเรื่องเที่ยว ได้ที่นี่
psstory เรื่องราวดีๆในการเดินทาง
แล้วพบกันใหม่ในรีวิวหน้านะคะ สวัสดีค่ะ

ช่องทางติดต่อเรา
http://www.psstorytrip.com
http://www.facebook.com/psstorytrip
http://www.instagram.com/psstorytrip
http://www.youtube.com/psstorytrip
https://www.tiktok.com/@psstorytrip

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s