รีวิวเที่ยวญี่ปุ่นตอน เที่ยวนาโกย่าฤดูใบไม้เปลี่ยนสี

ฮัลโหลสวัสดีค๊า
วันนี้จะชวนไปเที่ยวญี่ปุ่นกัน อิอิ
ดินแดนปลาดิบที่ไปกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ
แต่อิ้มเริ่มจะเบื่อตัวเองแล้วนิ จะชอบไปอะไรนักหนา
ก็อย่างว่า ญี่ปุ่นมีที่เที่ยวเยอะแยะ
ไม่รู้ว่าต้องเที่ยวกี่ครั้ง กี่รอบถึงจะพอ
อย่างรอบนี้สายการบินไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์
เค้าเปิดเที่ยวบินใหม่ บินตรงจากกรุงเทพ สู่ นาโกย่า
หัวใจพองโตขึ้นมาเลยจร้านายจ๋า
รอบนี้เลยไปเที่ยวนาโกยาให้สาแก่ใจ
โดยบินกับไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์
และมีบัตรเครดิตแอร์เอเชีย
แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ
เป็นเพื่อนคู่กายยามเงินในกระเป๋าร่อยหรอ
และช่วยให้ชีวิตดูเป็นราชนิกุล ดูดีขึ้นเยอะ !!!

เพราะนอกจากจะสมัครฟรีแล้ว
สิทธิพิเศษที่ตามมาทำให้ชีวิตดูเป็นราชนิกุลขึ้น ก็มีคร่าวๆ ดังนี้
– Xpress Check in
บริการเคาน์เตอร์เช็คอินพิเศษ Premium Flex
เพียงแสดงบัตร
ก็เดินเชิ่ดๆ สวยๆ เข้าเช็คอินไปเลยจร้า
ไม่ต้องต่อคิวเช็คอินนานๆ เริ่ดสุด
– Xpress Boarding
บริการขึ้นเครื่องบินก่อนใคร
อยากจะไปโพสต์ท่าถ่ายรูปตอนเครื่องบินโล่งๆ
แค่เพียงโชว์บัตร ก็เดินสวยๆ ขึ้นไปได้เลยจ้าา
– Xpress Baggage
ได้รับกระเป๋าก่อนใครเพื่อน ไม่ต้องยืนรอสายพานหมุนติ้วๆ
และสิทธิพิเศษอีกมากมาย
นี่ยังไม่รวมสิทธิพิเศษเลือกที่นั่ง Hot Seat ฟรี 4 ที่นั่งต่อปี
และโหลดกระเป๋าใต้ท้องเครื่องฟรีอีก 4 เที่ยวบินต่อปี
รายละเอียดเพิ่มเติมรอไปอ่านในรีวิวนะ เพราะเยอะมากกก ที่สุดเลยเว้ยแกรรรร

กลับมาที่นาโกย่าของเราจร้า
รู้ไหมว่านาโกย่า เค้ามีที่เที่ยวน่าสนใจอยู่หลายที่
ยิ่งช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ยิ่งฟิน
เป็นอีกเมืองที่มีธรรมชาติยังดีอยู่มาก
สำหรับสายธรรมชาติฟินแน่นอน
แต่สายเที่ยวไม่ต้องน้อยใจ เค้ายังมีแหล่งช็อปปิ้งมากมาย
เรียกว่าช็อปกันหูดับตับไหม้ ล้มละลาย กันได้เลยนะ
หึหึหึ ระวังกระเป๋าสตางค์ของคุณไว้ให้ดี
อิ้มเที่ยวนาโกย่า 5 วัน ลองเก็บไปไว้ใน Check List กันนะคะ
สถานที่ที่ไปก็จะมี
– นาบานาโน ซาโตะ
– ชิราคาวาโกะ
– ทาคายามะ
– ขึ้นบอลลูนที่กุโจฮาจิมัง
– ปราสาทกุโจฮาจิมัง
– ศาลเจ้าอิเสะ
– หินเมโอโตะอิวะ
– ศาลเจ้าอาสึตะ
– ช็อปปิ้งที่ย่านการค้าต่างๆ
ชิมของอร่อยๆ อย่างเนื้อฮิดะ เนื้อมัตสึซากะ
ข้าวหน้าปลาไหล ข้าวหน้าหมูทอด และอีกมากมายหลายสิ่ง
เรียกว่ารอบนี้ไปเที่ยวแบบครบเครื่องมากกกกกกก
แค่ฟังชื่อสถานที่ก็อยากรู้แล้วใช่ไหมล่ะ
ว่าทริปนี้ของอิ้มจะลั้นลาแค่ไหน
ถ้างั้น ตามไปอ่านเพิ่มเติมในรีวิวเลยจร้า

ช่องทางการติดต่อ Psstory
Facebook Page : https://www.facebook.com/psstorytrip
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCDbovnzcEgLS-l5NFi1tj3Q
IG : https://www.instagram.com/psstorytrip/
E mail : amim_97@hotmail.com

4 (12)

DCIM100GOPROGOPR0440.JPG

DCIM100GOPROGOPR0485.JPG

6 (13)

DAY 1 

สายการบินไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์
เปิดเส้นทางใหม่บินตรงจากกรุงเทพ สู่ นาโกย่า
โดยทุกๆ เที่ยวบินของไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ บินด้วยเครื่องใหญ่อย่าง A330
เรียกว่าเจ๋งมากกกกก แต่ไฟล์ทก็จะเช้าๆ หน่อย

ทริปนี้อิ้มเดินทางไปกับบัตรเครดิตแอร์เอเชียธนาคารกรุงเทพ
แอร์เอเชียบิ๊กไทยแลนด์ และสายการบินไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ นะคะ
ช่วงเช้านัดกันที่สนามบินเวลา 04.00 น.
ถาม ว่าคนบ้านไกลอย่างอิ้มจะทำเยี่ยงไร
ตอบ ยังไม่นอนเลยจร้า
แตน แตนแต๊นนนนนน บินไฟล์ทปฐมฤกษ์ก็จะแกรนด์ๆ หน่อย
มีนินจามาต้อนรับแต่เช้าเค้าให้จับสลากด้วยนะ เป็นเหมือนสอยดาวอ่ะแกร
ตาตื่นเลยจร้าาา นึกว่าจะสอยได้รางวัลใหญ่
เปล๊าาาา !!  ได้ลูกอมมาถูงนึง คิดในใจ อย่างน้อยก็กินแก้ง่วงแหละนะ ปลอบใจตัวเอง

0 (1)

ฟางสางที่สนามบินดอนเมือง

0 (2)

มามะมาฟัง อิ้มขอแจ้งสิทธิประโยชน์ต่างๆ ของบัตร บัตรเครดิตแอร์เอเชีย
แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพให้ฟังกันค่ะ
ใครเดินทางบ่อยๆ ต้องมีไว้ในครอบครองนะ เพราะมันคุ้มมากกกกก
รายละเอียดคร่าวๆ ประมาณนี้ค่ะ
1.”Big Points ” ทุกการใช้จ่ายผ่านบัตร 20 บาททุกที่ทั่วโลก รับ Big Point 1 แต้ม สะสมเพื่อแลกเที่ยวบินฟรี!
2.รับ Big Points 3 เท่า เมื่อซื้อบัตรโดยสารแอร์เอเชียผ่านบัตร ทั้ง Airasia และ Airasia X
3.แบ่งชำระสบายๆ กับโปรแกรมแบ่งชำระ Be Smart สำหรับยอดการใช้จ่ายตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป
4. Xpress Check in บริการเคาน์เตอร์เช็คอินพิเศษ Premium Flex
เพียงแสดงบัตร ประหยัดเวลาต่อคิวมากกกกกก
5. Xpress Boarding บริการขึ้นเครื่องบินก่อนใคร
6. รับบัตรกำนัล upgrade ที่นั่งเป็น Hot Seat 4 ใบต่อปี ดีต่อใจ
(เฉพาะเที่ยวบินที่เดินทางออกจากทุกสนามบินในประเทศไทย)
7. รับบัตรกำนัลโหลดสัมภาระใต้ท้องเครื่องฟรี จำนวน 4 ใบต่อปี
น้ำหนักไม่เกิน 15 กก. สำหรับเส้นทางในประเทศ
น้ำหนักไม่เกิน 20 กก. สำหรับเส้นทางระหว่างประเทศ
*สำหรับปีถัดไป จะได้รับเพิ่มอีก 4ใบ เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตแอร์เอเชีย
ตั้งแต่เดือน ม.ค. -ธ.ค. สะสมรวม 100,000บาทต่อปี
วิธีรับสิทธิ์แสดงบัตรกำนัลพร้อมบัตรเครดิตแอร์เอเชียธนาคารกรุงเทพ
ที่มีชื่อสกุลตรงกัน ณ เคาน์เตอร์เช็คอินทุกสนามบินในประเทศไทย
8. บริการเครื่องดื่มร้อนหรือเย็นฟรีบนเครื่อง มูลค่า 60 บาท
9.Xpress Baggage บริการรับกระเป๋าก่อนใคร
เพียงแสดงบัตรเครดิตแอร์เอเชียธนาคารกรุงเทพ ณ เคาน์เตอร์เช็คอินทุกสนามบินในประเทศไทย
โดยเจ้าหน้าที่แอร์เอเชีย จะติดป้ายสัญลักษณ์ Priority สีเหลืองที่กระเป๋าเดินทาง
10. Priority Booking บริการแลกสิทธิ์บินฟรีได้ล่วงหน้าก่อนใครเมื่อมีโปรโมชั่นพิเศษ
เป็นยังไงกันบ้างคะ เริ่ดใช่มะ ยิ่งบินบ่อยยิ่งคุ้ม ต้องไปทำด่วนๆ เลยค๊า

0 (3)

ออกเดินทางแล้วจร้าาาา ไฟล์ทที่อิ้มเดินทางคือ XJ638
ออกจากดอนเมืองเวลา 06.55 น. และถึงสนามบินเซ็นแทร์ เมืองนาโกย่า เวลา 14.20 น. ค่ะ
โอ้ยความดีของการบินไฟล์ทปฐมฤกษ์ มีของแจกเต็มไปหมด 5555
นี่มีผ้าปิดตาให้อีกนะ ชอบๆ ที่สำคัญแอร์น่ารักมากค่า

 

0 (4)

ใส่เลยจร้าาาา เป็นผ้าปิดตานินจาตามสัญลักษณ์ของนาโกย่า อิอิ

0 (5)

DCIM100GOPROGOPR0313.JPG

สำหรับการเดินทางที่สะดวกสบายแล้ว Airasia เค้าก็มีเมนูอาหารมากมายให้เลือกทานด้วย

1 (1)

จริงๆ เมนูนี้ควรปาดวิปครีมก่อนค่อยถ่ายนะ แต่ช่างมันเถอะ รู้แค่ว่าอร่อยมากก็พอ

1 (2)

14.20 น. และถึงสนามบินเซ็นแทร์ เมืองนาโกย่า แล้วจร้าาาาา

ก่อนจะไปเที่ยวกันมาทำความรู้จักกับเมืองนาโกย่า กันหน่อยนะ
นาโกย่า (Nagoya / 名古屋)
เป็นเมืองหลักของจังหวัดไอจิ (Aichi / 愛知県)
ในภูมิภาคจูบุ (Chubu / 中部地方)
ในตอนกลางเกาะฮอนชู (Honshu / 本州)
ซึ่งเป็นเกาะหลักของประเทศญี่ปุ่น
เมืองนาโกย่าเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคชูบุ
และเป็นเมืองที่มีประชากรอาศัยอยู่มากเป็นอันดับที่ 4 ของประเทศ

1 (3)

เสร็จสรรพจากการทำสิ่งต่างๆ จากสนามบินเซ็นแทร์
เรามุ่งหน้ามายัง Station แรกนั่นก็คือ
นาบานาโนะ ซาโตะ Nabana No Sato
จากสนามบินใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที
นาบะนะ โนะ ซาโตะ (Nabana no Sato) อยู่ที่จังหวัดมิเอะ (Mie)

เวลาทำการ 9:00 – 21:00 น.
*เวลาทำการจะเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล กรุณาตรวจสอบรายละเอียดในเว็บไซต์
เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ) http://www.nagashima-onsen.co.jp/resort/download.html/
การเดินทาง : นั่งรถไฟเจอาร์ (JR train) นั่งรถไฟ JR มาลงสถานี Nagoya จากนั้นขึ้นรถบัสที่ Meitetsu Bus Center มาลงที่สถานที่จัดงาน
ค่าเข้าชม : 2,100 เยน

นะบะนะ โนะ ซาโตะ (Nabana no sato)
เป็นสถานที่จัดแสดงไฟในฤดูหนาวที่มีชื่อเสียงติดอันดับต้นๆของประเทศญี่ปุ่น
ที่นี่เป็นสวนดอกไม้ที่ถูกจัดแสดงอย่างสวยงาม
ซึ่งจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล สามารถมาชมดอกไม้ได้นานาชนิด
หนึ่งไฮไลท์ที่ต้องห้ามพลาดนั่นก็คือ สวนบีโกเนีย
ซึ่งเป็นดอกไม้ที่มีความสวยงามเฉพาะตัว
ถูกจัดอยู่ในโรงเรือนปรับอากาศ เพื่อให้เหมาะสมกับการเติบโตของต้น บีโกเนีย

นี่คืหน้าตาของดอกบีโกเนี่ยนะทุกคน ดอกใหญ่มากกก บางดอกใหญ่กว่าหน้าอิ้มอีกง่ะ

2 (1)

2 (2)

นอกจากนั้นยังมีดอกไม้นานาชนิดให้เราชม

2 (3)

สวยมากกกกกกกก

2 (4)

2 (5)

2 (6)

คือถ่ายภาพมาไม่สวยเท่าของจริงนะ ต้องมาชมเอง

2 (7)

2 (8)

อิ้มศรีและดอกไม้ของเธอ

DCIM100GOPROGOPR0318.JPG

ออกมาที่บริเวณด้านนอกกันบ้าง

2 (9)

นอกจากสวนดอกไม้ที่สวยงามแล้ว ที่นี่เค้าการจัดแสดงไฟที่สวยงาม, อลังการ,
มีเอกลักษณ์ และจำนวนไฟที่ใช้จัดแสดงนั้นมากมายจนเป็นที่กล่าวขาน
ซึ่งเทศกาลนี้เรียกว่า
เทศกาลแสดงไฟในฤดูหนาว (Winter Illumination)

4 (1)

บรรยากาศแบบนี้ ไฟแบบนี้ อากาศแบบนี้ โรแมนติกมากทุกคน

4 (2)

4 (3)

ไฮไลท์ของที่นี่ก็คือเช่น อุโมงค์ไฟขนาดยาวประมาณ 300 เมตร
มีหลากหลายอุโมงค์ตั้งแต่ อุโมงค์สายรุ้งสีสดใส,
อุโมงค์ไฟสีทองที่เปรียบเสมือนอุโมงค์ดวงดาวแห่งทางช้างเผือก,
อุโมงค์ไฟสีชมพูที่เปรียบเสมือนอุโมงค์แห่งความรัก
ซึ่งถูกจัดตกแต่งด้วยไฟหลากสีกว่าล้านดวง อลังการงานสร้างมาก

4 (4)

แต่คนก็จะเยอะๆ หน่อยนะ เค้าว่ายิ่งเสาร์ อาทิตย์ ยิ่งแทบไม่มีที่เดินเลย

4 (5)

แนะนำมาวันธรรมดาเหอะ จะได้ไม่ต้องเบียดเสียดมาก แถมถ่ายรูปสะดวกอีกด้วยค่ะ

4 (6)

เวลามีนางแบบสวย มันก็จะดีแบบนี้

4 (7)

4 (8)

4 (9)

ตัดมาที่อิ้มค่ะ ผ่ามมมมมม !!!

4 (12)

4 (10)

4 (11)

อีกจุดนึงซึ่งเป็นไฮไลท์ของปีนี้นั่นก็คือ
การนำแสงไฟมาจัดแสดงเป็นเรื่องราวต่างๆ เป็นเรื่องราว 4 ฤดูของประเทศญี่ปุ่น
โดยปีนี้เป็นฉากของภูเขาไฟฟูจิ โดยเริ่มต้นจาก…
แสงไฟสีขาวโพลนของหิมะในฤดูหนาว
แสงไฟสีชมพูอบอุ่นของต้นซากุระในฤดูใบไม้ผลิ
แสงไฟสีเขียวขจีของทุ่งหญ้าในฤดูร้อน
ปิดท้ายด้วยแสดงไฟสีแดงสดของต้นเมเปิ้ลในฤดูใบไม้ร่วง

4 (13)

4 (14)

ตอนที่ยืนดูอยู่คือรู้สึกว่ามันโรแมนติกมากอ่ะ ฟิลนี้มันใช่มาก ต้องลองไปเองถึงรู้

4 (15)

4 (16)

ไฟสวยทุกฤดูเลย

4 (17)

4 (18)

4 (19)

เดินมาชมไฟที่อุโมงค์อื่นบ้าง

4 (20)

4 (21)

4 (22)

4 (23)

4 (24)

กองทัพต้องเดินด้วยท้อง หากใครหิวๆ ที่ Nabana No Sato เค้าก็มีร้านอาหารไว้บริการนะ
อย่างวันที่อิ้มคือทานเจงกิสข่านหมู เป็นปิ้งย่าง อิ่มฟินกันไป

4 (25)

4 (26)

สำหรับวันแรก อิ้มเข้าพักที่ โรงแรม Yokkachi Miyako ค่ะ
ห้องพักกว้างขวางใช้ได้เลย วางกระเป๋าแล้วยังมีที่เดินเหลือๆ

4 (27)

4 (28)

Day 2

เช้าวันที่สองหลังจากทานอาหารเข้าที่ รร เสร็จ
เราก็มุ่งหน้ามาที่หมู่บ้านชิราคาวาโกะค่ะ
ส่วนตัวเป็นครั้งที่ 3 ที่อิ้มได้มาที่นี่
แต่เป็นครั้งแรกที่มาช่วงใบไม้เปลี่ยนสี
จะบอกว่าสวยมากกกกกกกกกกก
สวยตั้งแต่สองฝั่งทางตั้งแต่นั่งรถมาเลยค่ะ

5 (1)

ชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go / 白川郷)
ตั้งอยู่ในจังหวัดกิฟุ (Gifu / 岐阜県)
ของภูมิภาคจูบุ (Chubu / 中部地方)
เป็นหมู่บ้านที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของ UNESCO ในปี ค.ศ. 1995
หมู่บ้านชิราคาวาโกะ นั้นก่อตั้งเมื่อประมาณปี ค.ศ. 1919
ประกอบด้วย 16 หมู่บ้าน โซนที่นักท่องเที่ยวนิยมมานั้นคือ “
หมู่บ้านโอกิมาจิ (Ogimachi / 荻町)” ซึ่งเป็นหมู่บ้านหลักและใหญ่ที่สุดในชิราคาวาโกะ
เอกลักษณ์ที่มีชื่อเสียงอย่างมากของชิราคาวาโกะ ก็คือ
บ้านญี่ปุ่นโบราณมีหลังคาทรงสูงแบบการพนมมือที่เรียกว่า “Gassho-Zukuri (合掌造り)”
ซึ่งมีอายุเก่าแก่นับร้อยปีและยังได้รับการอนุรักษ์มาเป็นอย่างดีจนถึงปัจจุบัน
นอกจากนี้บ้านต่างๆ ยังเปิดให้นักท่องเที่ยวค้างคืนแบบ Homestay
ซึ่งเรียกว่า “Minshuku (民宿)”
ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีในการสัมผัสชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ที่นี่
แต่เสียดายครั้งนี้เวลาน้อย อิ้ม มีเวลาน้อย ไม่ได้พัก
แค่เดินถ่ายรูปชิลๆ อย่างเดียวค่ะ

5 (2)

ใบไม้เปลี่ยนสีสวยมากกกก

5 (3)

5 (4)

ภูเขาสีลูกกวาด

5 (5)

6 (1)

ช่วงที่อิ้มมาโชคดีมากๆ เห็นเค้าเปลี่ยนหลังคาพอดี
เค้าไม่ได้เปลี่ยนกันบ่อยๆ นะ
การเปลี่ยนหลังคาจะเปลี่ยนใหม่ในทุกๆ 25 ถึง 35 ปีเลย
ลักษณะของบ้านเรือนที่นี่ถูกสร้างให้เป็นแบบสไตล์กัสโซ-สึคุริ
สถาปัตยกรรมสไตล์กัสโชซึคุรินี้
ยังคงพบเห็นได้จำนวนมากในหมู่บ้าน “ชิราคาวา”
บ้านไม้ที่สร้างให้มีหลังคาทรงสูงและมีความชันถึง 60 องศา
จนดูราวกับคนพนมมือนี้ เป็นสไตล์ญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม
บ้านแต่ละหลังจะมุงด้วยหญ้าฟาง
สมัยก่อนสร้างโดยความร่วมมือจากชาวบ้าน
และที่เราเห็นอยู่นี้ เค้าจะไม่ใช้ตะปูตอกเลยแม้แต่ตัวเดียว
แต่เชื่อไหมคะว่า แข็งแรงมากกกก
เพราะการออกแบบสิ่งปลูกสร้างที่ตอบโจทย์สภาพภูมิอากาศแบบหุบเขา
ที่ต้องรองรับปริมาณหิมะในหน้าหนาว
สามารถรองรับหิมะที่ตกลงบนหลังคาแบบหนักๆ ในช่วงฤดูหนาวได้อย่างดีเยี่ยม
รวมถึงระบายอากาศในหน้าร้อน ได้ดีด้วยเช่นกัน
การเปลี่ยนหลังคาจะเปลี่ยนใหม่ในทุกๆ 25 ถึง 35 ปี
โดยการมุงหลังคาใหม่จะทำในช่วงฤดูใบไม้ผลิหลังจากที่หิมะละลายหมดแล้วนั่นเอง
ในแต่ละปีจะมีบ้านจำนวนสองถึงสามหลังที่ถึงเวลามุงหลังคาใหม่
บ้านแต่ละหลังจะใช้เวลาประมาณสามวันในการรื้อถอนหลังคาเก่า
แต่จะใช้เวลาเพียงหนึ่งวันในการมุงหลังคาใหม่ให้แล้วเสร็จ
ปัจจุบัน บ้านกัสโซซึคุริหลายหลังที่เก่า เสื่อมสภาพ ชำรุดทรุดโทรม
ก็ถูกดรื้อสร้างใหม่ในสไตล์ญี่ปุ่นร่วมสมัย
ทำให้วันนี้มีบ้านกัสโซซึคุริหลงเหลืออยู่ที่ชิราคาวาโกะไม่ถึงครึ่ง(จากราว 300 หลัง)
เหลือประมาณร้อยกว่าหลังต้น ๆ ค่ะ

6 (2)

6 (3)

การมาเที่ยวหมู่บ้านชิราคาวาโกะ สามารถมาเที่ยวได้ทั้ง 4 ฤดูนะคะ
แต่ละฤดูจะมีความสวยงามแตกต่างกันออกไป
ช่วงฤดูหนาวถือเป็นช่วงที่พีคที่สุดของหมู่บ้านชิราคาวาโกะ
เพราะในช่วงนี้บรรยากาศในหมู่บ้านนี้ขาวโพลนไปด้วยหิมะ
เป็นทิวทัศน์ที่ต่างจากฤดูอื่นโดยสิ้นเชิง
จะสวยงามมากกกกก เหมือนหมู่บ้านเล้กท่ามกลางหิมะ ขาวโพลน
ในช่วงนี้จะมีการจัดงานเทศกาลสุดพิเศษอย่างการเปิดไฟ (Light-up)
ช่วงเวลากลางคืนตั้งแต่ห้าโมงเย็นเป็นต้นไป
โดยจะงานเทศกาล Light-up
ของหมู่บ้านแห่งนี้จะเกิดขึ้นภายในเวลา 7 วันเท่านั้น
ซึ่งหลายคนก็ตั้งใจจองบ้านพักในหมู่บ้านแห่งนี้เพื่องานเทศกาลนี้เลยทีเดียว
สำหรับใครที่อยากมาชมแนะนำว่าให้จองรถบัสรอบเย็น
เข้ามาที่หมู่บ้านแห่งนี้ล่วงหน้า
เพราะทางหมู่บ้านอนุญาตให้รถบัสที่มีสัญลักษณ์การเข้าชมงานจัดแสดงไฟ
เข้าชมงานอย่างถูกต้องเท่านั้น
เนื่องจากในทุกปีมีผู้เข้าชมหนาแน่นมาก ๆ

ถ้าอยากมาในช่วงนี้การแต่งตัวต้องจัดเต็มนิดนึงนะ
รองเท้า เสื้อหนาวต้องพร้อมเพราะภายในหมู่บ้านอากาศหนาวมาก ๆ
และมีหิมะตกหนัก และถ้าอยากมาพัก ต้องจองที่พักล่วงหน้ายาวๆ เลยค่ะ
ถือเป็นฤดูที่อิ้มอยากมาเที่ยวที่นี่ที่สุดเลย

6 (4)

6 (5)

6 (7)

เห็นแบบนี้อากาศอยู่ที่ประมาณ 3 องศา แต่แดดออกก้เลยเย็นสบาย

6 (8)

6 (9)

6 (10)

มองมุมไหนก็สวยไปหมด เสียดายเวลาน้อยอิ้มก็เลยไม่ได้ขึ้นไปจุดชมวิว

6 (11)

6 (12)

6 (13)

6 (14)

ใครอยากซื้อของฝากเชิญทางนี้จ้าาา

6 (15)

ร้านนี้มีซอฟครีมขายด้วยนะ

6 (16)

หาอะไรมั่มหน่อย โคร็อกเกะ ร้อนๆ ประคองไปพลางๆ

6 (17)

6 (18)

หากมาที่ชิราคาวาโกะ ต้องไม่พลาดกับร้านอาหารที่มีชื่อว่า Matsuen
เป็นร้านชื่อดังที่เสิร์ฟอาหารขึ้นชื่อของเมืองคือ ปลาอามาโกะย่างเกลือ
ปลาอิวานะต้มซีอิ้ว และซาซิมะ พร้อมข้าวสวยและซุปร้อนๆ
มาทานมื้อเที่ยงที่นี่ อิ่มวนไปจ้า

6 (19)

เสร็จจากชิราคาวาโกะ ก็มุ่งสู่ทาคายาม่า
ที่นี่ห่างจากชิราเพียง 1 ชั่วโมง
การเดินทางส่วนมากก็จะเป็นรถ Nohi Bus ค่ะ
ที่ทาคายาม่า มีอีกชื่อนึงที่เรียกว่า ฮิดะทาคายะม่า
เป็นหมู่บ้านกลางหุบเขาเจเปนแอลป์
ตัวเมืองเต็มไปด้วยบรรยากาศโบราณ
ด้วยสิ่งก่อสร้างที่อนุรักษ์ศิลปะแบบดั้งเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
สมัยก่อนที่นี่อุดมด้วยทรัพยากรป่าไม้
แล้วเค้าวางผังเมืองคล้ายคลึงกับเกียวโต
ที่นี่จึงมีฉายาว่า ลิตเติ้ลเกียวโต
อิ้มเคยมาที่นี่เป็นครั้งที่ 3 ส่วนมากจะเน้นมาทานเนื้อฮิดะ
เพราะเป็นของขึ้นชื่อที่เมือง ทาคายาม่า เรื่องกินเรื่องใหญ่เสมอ 5555

7 (1)

รอบนี้จะลองมาแวะชมที่ทำการเก่าเมืองทาคายาม่าดูบ้างค่ะ ราคาคนละ 430 เยน
ที่นี่ใช้เป็นที่ทำงานและที่อยู่อาศัยของผู้ว่าราชการมายาวนานกว่า 176 ปี
ซึ่งภายในประกอบด้วยบริเวรไต่สวนพิจารณาห้องคดี
ห้องขังนักโ?ษ โรงแครัว และห้องพักเจ้าหน้าที่

7 (2)

8 (1)

8 (2)

8 (3)

8 (4)

8 (5)

8 (6)

8 (7)

เสร็จแล้วอิ้มก็มาเดินเล่นย่านเมืองเก่าของทาคายาม่า
(Takayama Old Town)
ช่วงเย็นๆ ที่ Takayama Old Town คนจะคึกคักหน่อย
ที่นี่เต็มไปด้วยอาคารบ้านไม้โบราณ
ซึ่งสร้างมาตั้งแต่ช่วงสมัยเอโดะหรือเมื่อประมาณ 200 ปีก่อน
และได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดีจนถึงทุกวันนี้
ถนนที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมากในย่านเมืองเก่านั้นคือ
ถนนซันมาชิซุจิ ซึ่งอยู่ทางทิศใต้ของเมืองทาคายาม่า
เป็นถนนที่เรียงรายไปด้วยร้านค้าและโรงบ่มสาเกขึ้นชื่อของเมือง
มีสินค้าที่นิยมซื้อเป็นของฝากมากมาย เช่น ซุปมิโสะ ตุ๊กตาซารุโบโบะ

9 (1)

9 (2)

9 (3)

และสิ่งที่ห้ามพลาดเลยก็คือ การลองลิ้มชิมรสเนื้อฮิดะ ที่มีขายอยู่เต็มไปหมด
ไม่ว่าจะเป็นซูชิ เนื้อฮิดะเสียบไม้ หรือซาลาเปาเนื้อฮิดะ
เมืองนี้เป็นสวรรค์ของคนรักเนื้อจริงๆ
เนื้อฮิดะเป็นเนื้อวัวที่เลี้ยงในทุ่งหญ้าใกล้เทือกเขาเจแปนแอลป์ที่จังหวัดกิฟุ
มีชื่อเสียงจากการชนะการประกวดเนื้อวากิวโอลิมปิก2ปีซ้อน
ซึ่งร้านแรกที่อิ้มจะพามาชิมอยู่ที่ย่านเมืองเก่า
เป็นเมนูซูชิเนื้อฮิดะแห่งเมืองทาคายาม่า
ซูชิเนื้อฮิดะ เนื้อวัวท้องถิ่นที่มีชื่อเสียงไม่แพ้เนื้อโกเบหรือเนื้อมัตซึซากะ
ร้านนี้มีชื่อว่า Hida kotte ushi เป็นร้านที่ได้รับความนิยม
เป็นร้านเล็กๆ ที่ขายที่หน้าร้าน มีเมนูเพียง3-4เมนู
เป็นข้าวปั้นเนื้อฮิดะเริ่มต้นที่คู่ละ 700 เยน
ส่วนตัวท็อปเป็นส่วนท้องคู่ละ 1000 เยน
มีให้เลือก 4 เซ็ต เริ่มตั้งแต่ A B C และ X
ชื่อร้าน : Hidakotteushi (飛騨 こって牛) เปิดทำการ เวลา : 10:00-17:00

10

ต่อมาเนื้อฮิดะเสียบไม้ ร้านนี้เทพมากกก อร่อยมากกกกก
ต้องซื้อคูปองจากตู้นะคะ คือเค้าจะมี 3 ราคา 300 เยน 500 เยน และ 800 เยน

11 (1)

ตอนแรกสั่งไม้ละ 500 เยนมาสองไม้

11 (2)

12 (1)

12 (2)

แต่พี่อีกคนบอกว่าต้องไปเอาไม้ที่ราคาแพงที่สุด จัดไปอย่าให้เสีย ไม้ละ 800 เยน

13 (1)

หืมมมมมม ที่สุดเลยเว้ยแกรรรรรร มันดีย์ มันนุ่ม มันมีความจุ้ยซี่ มันดีย์มากเวอร์

13 (2)

ล้มละลายไปกับเนื้อฮิดะ แล้ว ขอมากดน้ำกินย้อมใจ 5555

13 (3)

เดินทางต่อมาที่ เมืองกุโจฮาจิมัง เป็นเมืองโบราณที่ยังเงียบสงบ
ผู้คนเที่ยวน้อย บอกเลยรอบหน้ามีโอกาสจะมาอีก
เมืองนี้มีอะไรดีกว่าที่คิดเยอะมาก
ช่วงค่ำเราเข้าพักกันในเมืองนี้ ใน โรงแรมชื่อว่า Gujo Hachiman
เป็นเรียวกังที่ดีมากๆ เลยค่ะ

14 (1)

14 (2)

มื้อ Dinner วันนี้ค่ะ เราทานแบบไคเซกิ
ซึ่งอาหารแต่ละอย่างถูกจัดไว้อย่างสวยงาม พิถีพิถัน
แต่ละอย่างน่าทานทั้งนั้น

14 (3)

14 (4)

14 (5)

14 (6)

ทานอาหารเสร็จเราก็ไปร่วมกิจกรรมเต้นรำพื้นเมือง
หากใครไม่เต้นรำก็ไปแช่ออนเซ็นได้นะจ้ะ
จะได้คลายความเมื่อยล้าจากการเดินทาง

DCIM100GOPROGOPR0415.JPG

DAY 3 

วันที่สามนี้อิ้มออกจะตื่นเต้นสักหน่อยค่ะ
เพราะเราจะไปขึ้นบอลลูน
ซึ่งเป็นการขึ้นบอลลูนครั้งแรกในชีวิตของอิ้มด้วยน๊า
รีบทานอาหารเช้าและเตรียมตัวเช็คเอาท์กันค่ะ

15 (1)

15 (2)

15 (3)

Gujo หรือกุโจ เป็นอีกเมืองนึงที่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากนาโกย่า
แนะนำขับรถเที่ยวเป็น Road Trip ขับรถมาเที่ยว ได้ง่ายๆ
ที่นี่มีกิจกรรมที่น่าสนใจอย่างนึงที่ไม่ค่อยมีในญี่ปุ่นคือการขึ้นบอลลูนชมวิวเมือง
เราจะเริ่มเห็นเมืองกุโจในมุมสูงที่หาชมได้ยาก
ปกติแล้วถ้าลมไม่แรงจนเกินไม่สามารถลอยขึ้นไปได้จริงๆ
แต่วันที่เราไปลมค่อนข้างแรง
เลยต้องมีเชือกเกี่ยวไว้โดยลอยสูงขึ้นไปประมาณ 25 เมตร
ใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที
(ในการขึ้นชมบอลลูนนั้นจะต้องใช้ช่วงเวลาที่กระแสลมอ่อนที่สุด ในกรณีที่สภาพอากาศ
ไม่เอื้ออํานวยต่อกิจกรรมนี้อาจหยุดให้บริการ)
กิจกรรมนี้แนะนำให้อีเมลไปจองกันก่อนนะคะ
✿ เปิดให้บริการ
– เดือนเม.ย. – พ.ย. (ปิดให้บริการช่วงหน้าหนาว เดือน ธ.ค. – มี.ค.)
– เวลา 08.00 – 11.00 น. (วันที่ 20 ก.ค. – 31 ส.ค. เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 07.00 – 11.00 น.)
✿ อัตราค่าบริการ
◇ นั่งบอลลูนในระดับความสูง 25 เมตร ท่านละ 2,500 เยน
◇ นั่งบอลลูนในระดับความสูง 50 เมตร ท่านละ 4,000 เยน
◇ นั่งบอลลูนในระดับความสูง 100 เมตร ท่านละ 5,000 เยน

✿ วิธีการเดินทาง
– โดยรถยนต์ จากกุโจฮะจิมัง IC (Gujo Hachiman IC) ขับไปทางโทยามะ ใช้เวลาประมาณ 3 นาที
✿ ติดต่อสอบถาม
– +81 (0)90-8133-4241 (ภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น)
– heatballoon.monogatari@gmail.com (รองรับภาษาอังกฤษ)

16 (1)

16 (2)

มันจะตื่นเต้นหน่อย ๆ

DCIM100GOPROGOPR0427.JPG

DCIM100GOPROGOPR0440.JPG

เสียดายวันที่เราไปลงค่อนข้างแรงเคา้จึงต้องเอาเชือกมาผูกไว้แบบนี้

17 (1)

17 (2)

ว้าววว ขึ้นมาแล้วววว

DCIM100GOPROGOPR0420.JPG

DCIM100GOPROGOPR0421.JPG

วิวมมสูงของกุโจฮาจิมังค่ะ

18 (1)

18 (2)

แงๆๆๆ ลงแล้วเหรอ เวลาผ่านไปเร้วววเร็ว

DCIM100GOPROGOPR0423.JPG

คิดว่าอิ้มหลงรัก กุโจฮาจิมังเข้าแล้วค่ะ เมืองเล็กๆ แต่มีเสน่ห์มาก คนเที่ยวน้อยด้วย สวรรค์ของอิ้มชัดๆ

29 (1)

ต่อมาเราจะเดินทางไปที่ ปราสาทกุโจฮาจิมังค่ะ
สำหรับปราสาทที่ตั้งอยู่บนภูเขา
บรรยากาศและวิวคู่กับปราสาท สวยที่สุดในญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้
โดยว่ากันว่าในบรรดาปราสาทที่ตั้งอยู่บนเขานั้น
“ปราสาทกุโจฮาจิมัง” นับเป็นปราสาทที่งดงามที่สุดในญี่ปุ่น
ซึ่งในบางครั้งจะมองเห็นว่าปราสาทนั้นล่องลอยอยู่เหนือม่านเมฆ
อิ้มดูจากโปสเตอร์แล้วคือสวยมากกกกกก
และตัวปราสาทนั้นตั้งอยู่บนภูเขา
ทำให้สามารถชมทัศนียภาพรอบปราสาทกุโจฮาจิมัง
และภูเขารอบๆได้จากชั้นบนของปราสาทค่ะ
การเดินทาง : จากสถานี JR Nagoya ขึ้นรถไฟขบวน Ltd Exp View Hida
ลงสถานี Minoota ใช้เวลา 40 นาที จากนั้นต่อรถไฟสาย Nagaragawa
ลงที่สถานี Gujo-hachiman ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที
และต่อแท็กซี่อีก 15 นาที

29 (2)

29 (3)

29 (4)

วิวจากด้านบนปราสาทค่ะ

DCIM100GOPROGOPR0460.JPG

29 (5)

29 (6)

29 (7)

29 (8)

เสร็จแล้วเราจะได้มีโอกาสทดลองทำอาหารจำลอง
ซึ่งเมืองกุโจฮาจิมัง
เป็นเมืองที่มีปริมาณการผลิตอาหารจำลอง
เป็นที่หนึ่งในประเทศญี่ปุ่น
เราจะเห็นโมเดลอาหารตามร้านกินดื่มทั่วไป
บอกเลยว่าผลิตจากที่นี่เกิน 50 เปอร์เซ็นต์

ระหว่างทางชมวิวเมืองไปเพลินที่สุด เป็นเมืองที่น่ามาเที่ยวซ้ำมากๆ อิ้มชอบบรรยากาศแบบนี้จัง

29 (9)

29 (10)

การเดินทาง
จากสถานี JR Nagoya ขึ้นรถไฟขบวน Ltd Exp View Hida
ลงสถานี Minootaใช้เวลา 40 นาที จากนั้นต่อรถไฟสาย Nagaragawa
ลงที่สถานี Gujo-hachiman ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที เดินต่ออีกประมาณ 5 นาที
การทำอาหารจำลองต้องจองล่วงหน้า กรุณาสมัครที่อีเมลด้านล่างนะคะ
iwvillage@chic.ocn.ne.jp

29 (11)

เค้าจำลองได้เหมือนมากพูดเลย 555

29 (12)

29 (13)

29 (14)

29 (15)

ของอิ้มเราจะมาทำเทมปุระกันพร้อมกะหล่ำปลี ซึ่งทำไม่ยากเท่าไหร่ค่ะ

29 (16)

29 (17)

ภายในเมืองกุโจฮาจิมัง เงียบสงบมาก น่ามาใส่ชุดยูกาตะ เดินเล่นเน๊อะ เพื่อนๆ ว่าไหมคะ

29 (18)

29 (19)

ร้านนี้มีปลาย่างขาย

29 (21)

ร้านนี้มีมันเผาขาย อร่อยมากด้วยนะ

29 (20)

29 (22)

แวะทานอาหารกลางวันค่ะ

29 (23)

29 (24)

29 (25)

29 (26)

มีเนื้อฮิดะย่างมิโสะด้วย ฟินนนน

29 (27)

จากนั้นเรากลับมาที่นาโกย่าค่ะ มาช็อปปิ้งกันที่ย่านซาคาเอะ
และตึก Midland Square
ซึ่งมีร้านค้าชั้นนำมากมายให้เลือกสรรค
ถูกใจขาช้อปเลยใช่ไหมล่ะ

ใช้บัตรเครดิตรูดซื้อซะหน่อย หึหึหึ เปล่าค่ะ พี่อีกคนเค้าซื้อ อันนี้ไปยืมมาถือ 555

29 (28)

อันนี้ของอิ้มเองต่างหาก คนขายน่ารักนะ บอกให้ทำท่าอะไรก็ทำ

29 (29)

หิวเหรอ กินเราได้นะ 555555

29 (30)

น่ารักเน๊อะ

29 (31)

ไหนจะกินเราซะงั้นล่ะ !!! ไปร้านอื่นต่อดีกว่า

29 (32)

ช็อปกันอย่างเพลิดเพลินเราก็แวะมาทานอาหารเย็นที่ร้าน Yabaton
ร้านอาหารขึ้นชื่อของนาโกย่า ที่เสิร์ฟเป็นเซ็ตหมูทอดราดหน้าด้วยซอสมิโซะสูตรเด็ด Misokatsu
มานาโกย่าแวะมาชิมได้นะคะ

29 (35)

29 (34)

29 (33)

คืนที่ 3 – 4 เราพักที่ โรงแรม Nagoya Kanko ค่ะ

29 (36)

29 (37)

DAY 4 

ใครอยากขอพรเกี่ยวกับความรักมาฟังทางนี้เลย
วันที่ 4 นี้เราเดินทางไปชมหินเมโอโตะอิวะ (Meoto Iwa)
หรือที่เรียกกันว่า หินสามี ภรรยา ตั้งอยู่ที่ศาลเจ้าฟุตามิโอกิทามะ
เป็นหินศักดิ์สิทธิ์สองก้อน ที่ลอยอยู่เหนือทะเลไม่ไกลจากชายฝั่ง
ประมาณ 700 เมตร
หินโออิวะ คือหินผู้ชาย สูง 9 เมตร
หินเมอิวะ คือหินผู้หญิง สูง 4 เมตร
ตั้งอยู่ข้างๆ กันโดยใช้เชือกชิเมนาวะ 1 เส้น
ในการเชื่อมต่อกัน
รูปร่างลักษณะเหมือนๆ กับด้ายมงคลบนศีรษะคู่บ่าวสาว
ในพิธีแต่งงาน
ส่วนมากคนที่มาส่วนใหญ่จึงจะมาขอพรด้านคู่ครอง
ไม่ว่าจะโลดหรือมีคู่รักอยู่แล้วก็ตาม
หรือใครที่เป็นโสดก็จะมาขอพรให้เจอเนื้อคู่
ส่วนใครมีคู่อยู่แล้วก็จะขอพรให้รักกันยืนยาว
ใครกำลังมีเรื่องราวความรัก ก็ลองมาที่นี่สักครั้งนะคะ

30 (1)

ควรมาหน้าร้อนเพราะอากาศดี จะมองเห็นวิวภูเจาไฟฟูจิ และ วิวพระอาทิตย์ตกระหว่างกลางก้อนหิน

30 (2)

31 (1)

31 (2)

31 (3)

DCIM100GOPROGOPR0485.JPG

การเดินทาง

จากสถานี Nagoya นั่งสาย Mie 19 for ISESHI
มาลงที่สถานี Iseshi ใช้เวลา 98 นาที หลัจากนั้นเปลี่ยนไปนั่งขบวน
JR Sangu Line for TOBA มาลงที่ สถานี Futaminouraใช้เวลา 9 นาที
จากนั้นเดินจาก JR Futaminoura Station นาที ก็จะถึงค่ะ

31 (4)

33 (12)33 (13)

33 (1)

33 (14)33 (15)33 (16)33 (17)33 (18)33 (19)33 (20)33 (21)33 (22)33 (23)33 (24)33 (25)33 (26)33 (27)DCIM100GOPROGOPR0509.JPGDCIM100GOPROGOPR0510.JPG33 (30)33 (31)41 (1)41 (2)41 (3)41 (4)41 (5)41 (6)41 (7)41 (8)41 (9)41 (10)41 (11)41 (12)41 (13)41 (14)41 (15)41 (16)41 (17)41 (18)41 (19)41 (20)41 (21)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s