เที่ยวเกาหลีด้วยตัวเอง : Part 1 วิธีการเตรียมตัวก่อนเดินทางและเที่ยวปูซาน 3 วัน 2 คืน

อันยองฮาเซโย ><
ขอทักทายด้วยภาษาเกาหลีกันสักหน่อยค๊า
ก็รีวิวนี้อิ้มจะพาทุกท่านไปเที่ยวเกาหลีกัน
อยากจะบอกว่าตื่นเต้นมากๆ เพราะเป็นการเที่ยวเกาหลีด้วยตัวเองครั้งแรกในชีวิต
ทำไม ถึงไปเกาหลี ตอบได้อย่างง่ายดายว่า แพ้โหวตเพื่อน 5555
คนอื่นโหวตเกาหลีกันหมด มีอิ้มเสียงเดียวโหวตอินเดีย เลยอดไปอินเดียเลยจร้านายจ๋า
แพ้ก็ต้องยอมแพ้ เอาหล่ะ เกาหลี ก็เกาหลี !!!
ส่วนตัวก็ไม่ค่อยรู้จัก หรือ มีสถานที่ในใจในประเทศเกาหลีมากนัก
จะรู้จักแค่สถานที่ที่เราเคยดูในซีรี่ย์ ซึ่งอิ้มเป็นคนชอบดูซีรี่ย์พีเรียดต่างๆ ในเกาหลี
เพราะฉะนั้นภาพจำก็คงจะอยู่แถวๆ พระราชวังเคียงบกกุง
อิ้มชอบวัฒนธรรมดั้งเดิมของเกาหลี และชอบชุดฮันบกมาก 555
อินกับแดจังกึม และ อินซู หนักหน่วงจริงจัง
เอาหล่ะ มีภาพจำในหัวเท่านี้ เอาหล่ะ บอกตัวเองว่างั้นก็ไปหาแรงบันดาลเอาข้างหน้าแล้วกัน
ซึ่งพอไปถึง เกาหลีมีอะไรมากกว่าที่อิ้มคิดจริงๆ
หลายที่ สวยมาก สวยจนรู้สึกว่าต้องกลับไปซ้ำอีก
หลายสถานที่ ที่ยังพลาดและไม่ได้ไป ร้านอาหาร คาเฟ่ อีกเยอะที่ไม่ได้แวะ
เอาเป็นว่า ต้องไปซ้ำแน่นอน

ทริปนี้เราเดินทางกันทั้งหมด 7 วัน 6 คืน เป็นช่วงวันที่ 7 – 13 พฤศจิกายน
โดยอิ้มจะแบ่งรีวิวเป็น 2 คืน 3 วันแรก เป็น Part 1 เที่ยวปูซาน
และ Part 2 จะแบ่งเป็น Day 4 Day 5 Day 6 และ Day 7 เที่ยวในโซล
แบ่งเป็นวันๆ ไป

ครั้งแรกอาจจะข้อมูลไม่ค่อยแน่นแต่รับรองว่าดูรีวิวอิ้มแล้วตามรอยได้แน่นอน
พร้อมแล้วมาเริ่มต้นเที่ยวเกาหลีครั้งแรกกับอิ้มในรีวิวนี้ค่ะ
เที่ยวเกาหลีด้วยตัวเอง : Part 1 เที่ยวปูซาน 3 วัน 2 คืน

000

การเที่ยวเกาหลีด้วยตัวเองบอกเลยว่าง่ายมากกกกกกก
หลายคนอาจจะกลัวหลง กลัวไม่ทันรถไฟ กลัวไปผิดเมือง แต่อิ้มบอกเลยว่า ไม่ต้องกลัวอ่านรีวิวนี้รับรองเที่ยวสบายยยยย
ก่อนจะพาไปเที่ยวเกาหลี มาเริ่มกันดีกว่าว่าควรเตรียมตัวอะไรยังไงบ้าง

1.แพลนทริปการเดินทางและศึกษาข้อมูลในที่ๆ จะไป

เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ เพราะว่าจะทำให้เรามีเป้าหมายการท่องเที่ยว
อย่างทริปนี้อิ้มศึกษาไปน้อย
เลยพลาดสถานที่หลายจุด ไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง 5555

2. PASSPORT
หนังสือเดินทางที่ยังไม่หมดอายุอย่างน้อย 6 เดือน

3.การจองตั๋วเครื่องบินและที่พัก
ครั้งนี้อิ้มบินสายการบินไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์ เค้ามีบินตรงเกาหลีทุกวัน
มีทั้งโซล และปูซาน แต่อิ้มเลือกบินไปลงโซล เพราะว่า
ลงโซลมีให้เลือกวันละ 3 ไฟลท์
อิ้มเลยเลือกโซลเพราะดูไฟล์ทที่จะเดินทางคือไฟล์ทดึก
ถึงโซลตอนเช้า ได้เที่ยวต่อพอดี ส่วนที่พักก็จองกับเวบจองโรงแรมทั่วไปค่ะ

4. เที่ยวเมืองไหน ซื้อ PASS ให้ถูกต้อง ประหยัดเงินในกระเป๋า

อย่างเกาหลีเค้าจะใช้บัตร T-money เป็นหลัก
บัตร T-Money เปรียบเสมือนบัตรสารพัดนึก
พอซื้อแล้วเราก็เติมเงินสดลงไป
สามารถเติมได้ตามตู้อัตโนมัติใน MRT หรือตามมินิมาร์ท
ใช้ชำระค่าโดยสารรถไฟ รถเมล์ รถแท็กซี่ รถแอร์พอร์ตบัส
หรือแม้แต่ซื้อของในร้านสะดวกซื้อต่างๆ มีบัตรนี้ใบเดียวหายห่วงค่ะ
บัตร T-Money ก็จะมีลายหลากหลาย สวยๆ น่ารักๆ มากมาย
ที่แบรนด์ต่างๆ เค้าออก เราก็สามารถซื้อไปสะสม
หาซื้อได้ที่ไหน
ของอิ้มลงเครื่องปุ๊ปก็ไปซื้อที่สนามบินเลยจ้าราคา 4,000 วอน
หรือจะซื้อไปจากไทยก็ได้
สามารถซื้อผ่านเว็บไซต์ ของ KKday ตามลิงค์นี้ได้เลย https://goo.gl/28u9jb
เป็นลายพิเศษเฉพาะของ KKday
แถมจองผ่าน KKday ยังรับบัตรได้เลยที่สนามบินดอนเมือง
/สุวรรณภูมิและที่บีทีเอสได้ด้วย
บัตรนี้ไม่มีหมดอายุนะคะ สามารถเก็บไว้ใช้เมื่อไปเกาหลีครั้งหน้าได้เลย

ส่วนอีกบัตรนึง อิ้มจะเดินทางไปเที่ยวปูซาน
เราต้องนั่ง KTX รถไฟความเร็วสูง โดยใช้พาส Korea Rail Pass

อิ้มซื้อผ่าน KKday กดไปที่ลิ้งค์นี้ได้เลยค่ะ https://goo.gl/ZWzTfv

5. POCKET WIFI

ทริปนี้อิ้มเลือกใช้ 4G Pocket WiFi ของ AIS
สัญญานดีมากกกกก ดูหนังขณะนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินก็ไม่กระตุก
แถมแบตก็ทนทาน ดีงามมากกกกกก แนะนำเที่ยวเมืองนอกใช้ SIM2Fly เน็ต Non-Stop เต็มสปีด
ประหยัดกว่า คุ้มค่ากว่า

6. Power Bank
นอกจากจะมี Pocket Wifi แล้วก็ต้องมี Power Bank ด้วยนะคะ

7. เงินและบัตรเครดิต ต้องเตรียมให้พร้อม
ที่เกาหลีจะใช้เงินสกุล วอน นะคะ
ซึ่งจำง่ายๆ ก็ 1,000 วอน = 30 บาท / 10,000 วอน = 300 บาท
แล้วแต่ช่วงเวลา แต่จะไม่ต่างจากนี้มากเท่าไหร่ค่ะ
แต่หากช็อปปิ้งจนเงินหมด ไม่มีบัตรเครดิต ไม่ต้องกังวล
หากบัตรคุณมีสัญลักษณ์จำพวก VISA, MASTER CARD
สามารถกดเงินได้จากตู้เอทีเอ็มได้เลย

8. เสื้อผ้าที่เหมาะสม ตามฤดูกาลเวลาและอากาศ
ควรศึกษาฤดูกาลและช่วงเวลา ว่าหนาวขนาดไหน
โดยการเช็คสภาพอากาศก่อนเดินทาง
อย่างทริปนี้มีบางวันเลขตัวเดียว และบางวันฝนตก
เสื้อผ้าในทริปนี้ก็จะหนาๆ หน่อยค่ะ

ส่วนเวลา เกาหลีจะไวกว่าไทยสองชั่วโมง ปรับนาฬิกากันด้วยนะคะ ^^

9. ยาสามัญประจำตัว
เพราะอากาศที่นู่นยังไงก็ไม่เหมือนบ้านเรา
ควรเตรียมยาสามัญต่างๆ ไปให้พร้อม
ที่ขาดไม่ได้ก็จะเป็นพวกพารา ยาแก้แพ้ ยาแก้ท้องเสีย ยาแก้อักเสบ ยาดม
และยาแก้ท้องอืดค่ะ

10. ปลั๊กและ ADAPTER
แนะนำให้เอาปลั๊กสามตาไปด้วยนะคะ ยิ่งคนที่มีอุปกรณ์อิเล็กโทรนิคเยอะๆ
เพราะปลั๊กชาร์ตแบตในห้องอาจไม่เพียงพอ

เอาหล่ะ แนะนำมาเหยียดยาววววว พอรู้หลักการกันแล้ว
เดี๋ยวมาเริ่มต้นการเดินทางของอิ้มกันเล้ยยยย

Day 1 จากดอนเมืองถึงปูซาน

ครั้งนี้อิ้มบินสายการบินไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์ เค้ามีบินตรงเกาหลีทุกวัน
ก่อนจะออกเดินทาง อิ้มก็มานั่งรอเวลาชิลๆ ที่ The Coral Executive Lounge
ตั้งอยู่ที่ ชั้น 3 ผ่านตรงด่านสแกนเข้ามาก็จะอยู่ฝั่งขวามือ

การเข้าใช้งาน สำหรับบัตรเครดิต จะรับเฉพาะที่มากับบัตร Priority Pass
ส่วนบัตรเครดิตที่รับ ณ ปัจจุบันคือ SCB Prime
หากลูกค้ามีบัตร SCB Prime สามารถเข้าใช้ lounge ได้ปีละ 2 ครั้ง ตาม 12 รอบบิล
หรือสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม SCB Prime ได้ที่ 02 777 7777 ค่ะ

1 (1)

ด้านในเงียบสงบ มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
มีห้องน้ำ wifi มีปลี๊กให้ชาร์ตแบต มีจอแสดงเที่ยวบิน
ที่นั่งมีให้เลือกหลากหลายโซน
และนั่งจากนั้นมีอาหารให้เลือกทานมากมายทั้งอาหารคาวและอาหารหวาน
น่าทานทั้งน้านนนนนน
นอกจากนั้นยังมีเครื่องดื่มก็จัดมามากมายทั้งน้ำผลไม้ ซอปดริ้งค์ ชา กาแฟ และแอลกอฮอล์
และปิดท้ายกับบริการนวด คอ บ่า ไหล่ ท่านละ 15 นาที ผ่อนคลายสุดๆ เลยค่า

1 (2)

1 (3)

1 (4)

1 (5)

1 (6)

1 (7)

1 (8)

ครั้งนี้อิ้มเดินทางไปกับสายการบิน Thai Airasia X
โดยไฟล์ที่จะออกเดินทางไป Seoul ก็คือ XJ 700 เครื่องบินที่ใช้คือ Airbus A330
ออกจากกรุงเทพฯ 2:40 น. ไปถึงสนามบินอินชอนในช่วงสาย 10:05 น.
เรียกว่าถึงปุ๊ปเที่ยวได้ปั๊ป

DCIM100GOPROGOPR0535.JPG

DCIM100GOPROGOPR0546.JPG

ตื่นมาก็ทานอาหารกันค่ะ เมนูนี้เด็ดมาก เย็นตาโฟหม้อไฟผัดแห้ง เข้มข้นถึงเครื่องสุดๆ

อาหารบนเครื่องมีให้ทานเยอะมาก แนะนำให้สั่งล่วงหน้า ราคาจะประหยัดกว่าค่ะ

2 (3)

ถึงสนามบินอินชอน ก็ได้เวลาที่อิ้มลุ้นระทึกสุดๆ นั่นก็คือการผ่าน ตม
แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปอย่างราบรื่น ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด โล่งงงอกสุดๆ
พอออกมาอิ้มก็แว้บบบไปซื้อเจ้าบัตร T money ที่อิ้มอธิบายไปด้านบนจ้า

และก่อนจะเดินทางไปที่ปูซาน เราต้องนั่งรถไฟเข้าเมืองกันก่อนนะคะ
ซึ่งสนามบินนานาชาติอินชอน(Incheon International Airport)
อยู่ห่างจากใจกลางเมืองโซลประมาณ 50 กิโลเมตร
วิธีการเดินทางจากสนามอินชอนเข้าสู่กรุงโซลนั้นมีอยู่ด้วยกันหลายวิธี มีตามนี้เลยจ้า

1. วิธีการเดินทางจากสนามบินเข้าตัวเมืองโซล
ที่เร็วที่สุดและอิ้มเลือกวิธีนี้นั่นก็คือ
รถไฟด่วนของสนามบินหรือ AREX แบบ non-strop
(Airport Railroad Express หรือเรียกสั้นๆว่า AREX)
เพราะจะตรงไปจอดที่สถานีปลายทางทีเดียวเลย
นั่นก็คือสถานีโซล หรือ Seoul Station
ซื้อตั๋วหน้าเคาท์เตอร์ราคา 9,500 วอน

2. รถไฟสนามบินแบบธรรมดา หรือ All-Stop
คือจะจอดที่สถานีรถไฟใต้ดินทั้งหมด 11 สถานีด้วยกัน
ก่อนจะไปจอดสถานีสุดท้ายที่ Seoul Station
วิธีนี้จะช้ากว่าหน่อยแต่ก็จะถูกกว่ากันค่อนข้างมาก และสามารถใช้ T money ได้เลย

3. ใช้บริการรถบัสสนามบินหรือลิมูซีนบัส
ที่จะวิ่งไปผ่านตามดังๆ ต่างๆในกรุงโซล เช่น Gangnam, Myeong-dong และ Yeouido
บนรถบัสสนามบินนี้จะมีที่นั่งขนาดค่อนข้างใหญ่
และเอนพิงนอนได้สบายกว่าแบบอื่นๆ
ราคาไม่แพงมากและยังไปส่งเราได้ถึงย่านที่เราพัก สะดวกสบายเช่นกัน

4. ส่วนวิธีสุดท้ายจะเป็นแท๊กซี่ จะมีราคาแพงที่สุด
แต่ว่าสะดวกที่สุด เพราะแท๊กซี่จะไปส่งเราถึงหน้าโรงแรมเลย
ก็จะเหมาะกับคนที่ต้องเปลี่ยนรถหรือขบวนรถไฟไม่สะดวก และสัมภาระเยอะๆ ค่ะ

อิ้มเลือกนั่ง AREX บรรยากาศภายในรถไฟประมาณนี้ ใครจะวางกระเป๋าใบใหญ่ มีพื้นที่ด้านหลังให้วางนะคะ

3 (1)

แว้บเดียวเราก็มาถึง Seoul Station และเราก็มุ่งหน้าเดินทางไปปูซานกันต่อ
นั่งรถ AREX มาถึง Seoul Station
เราจะเดินทางต่อด้วย KTX รถไฟความเร็วสูง โดยใช้พาส Korea Rail Pass
อิ้มซื้อตั๋วผ่าน KKday

https://www.kkday.com/th/product/2930?cid=4597

ในส่วนของ ตั๋ว KTX จะมีหลายแบบ
เราสามารถเลือกตั๋วแบบกำหนดวันใช้งาน 1, 3, 5, และ 7 วันได้
วิธีใช้ก็คือ ปริ้น Voucher ที่ได้รับตอนจอง มายื่นที่เคาท์เตอร์
ได้เลย สะดวกสบายมากกกก แต่ย้ำว่าต้องปริ้น Voucher มาด้วยนะคะ ห้ามลืม !!!!

3 (2)

ได้ตั๋วมาแล้ว หน้าตาจะเป็นแบบนี้นะคะ
จาก Seoul Station ไป Busan ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง 45 นาที เตรียมตัวนอนยาวได้เลย อิอิ

3 (3)

รถไฟมาแว้วววววค่า ขบวนที่อิ้มนั่งขามาไม่มีที่ชาร์ตแบตอ่ะ เสียใจ
แต่ขบวนขากลับที่อิ้มนั่งมีที่ชาร์ตแบบ USB ให้ ค่อยยังชั่วหน่อย
บนรถไฟก็จะประมาณนี้ค่า โปรดมองข้ามหัวเหม่งของคุณลุงคนนี้ไป !!!

3 (4)

ก่อนจะขึ้นรถไฟ เราก็ได้เตรียมซื้อเสบียงมาเติมพลังให้ท้องกลมๆ ของเรา

เกี๊ยวหน้าสถานีคือดีมากกกกก ของอิ้มทานเกี๊ยวชีส ฟินเฟอร์

3 (5)

นมกล้วย ส่วนตัวอิ้มชอบมากกกก อร่อยสุดๆ

3 (6)

และคิมบับ ซึ่งซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อก่อนออกจากสถานี

ช่วงนี้มีสาระ !!!

คิมบับ เป็นอาหารเกาหลีชนิดหนึ่ง
ทำจากข้าวสุกและเครื่องปรุงอื่น ๆ หลากชนิด
เช่น แตงกวา แคร์รอต ผักโขม ไข่เจียว ปูอัด แฮม เป็นต้น
วางแผ่บนแผ่นสาหร่ายแล้วม้วน จากนั้นหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ
ชาวเกาหลีนิยมรับประทานคิมบับระหว่างการปิกนิกหรืองานกิจกรรมกลางแจ้ง
หรือรับประทานเป็นอาหารกลางวันเบา ๆ โดยเสิร์ฟกับหัวไชเท้าดองและกิมจิ

ตอนทานความรู้สึกอิ้มคือเฉยๆ
อาจะเพราะอิ้มซื้อจากร้านสะดวกซื้อรสชาติอาจจะเพี้ยนๆ ไป แหะๆ

3 (7)

ทานเสร็จก็หลับน้ำลายไหลย้อยยยยยย จน 2 ชั่วโมง 45 นาที เราก็มาถึง ปูซาน แย้วววว เย้ๆๆๆๆ

จากสถานีก็เดินมาที่โรงแรมไม่ถึง 5 นาที
โรงแรมที่อิ้มพักที่ปูซาน ชื่อ Busan View Hotel
นอนที่นี่ทั้ง 2 คืน จองมาในราคาคืนละ 2,000 ++ โรงแรมดีงาม ทำเลดี และยังใหม่มากกกก

4 (1)

ภายในห้องพักจัดว่ากว้างขวางมากกกกกก ถ้าเทียบกับญี่ปุ่น 5555

4 (2)

สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีให้ยันคอมพิวเตอร์

แต่อยากติเรื่องเดียว คือผ้าขนหนูที่ให้มาเช็ดตัวผืนเล็กไปหน่อย

4 (4)

ภายในห้องน้ำค่ะ มีอ่างให้แช่ตัวกันด้วย เดินทางมาเหนื่อยๆ แช่ตัวนี่ฟินกันยาววปาย

4 (3)

หลังจากเก็บสัมภาระเสร็จเรียบร้อยแล้ว
เราก็จะออกเที่ยวกันเลยค๊าาาาา สถานีแรกที่จะไปก็คือ
ตลาดปลาจากัลชี Jagalchi Market
ให้นั่ง MRT มาลงที่ สถานี Jagalchi ทางออก 10
จะเห็นได้ว่าห่างจาก Busan station ไปทางขวามือ เพียง 3 สถานีเท่านั้น

5 (1)

ตลาดจากัลชี (Jagalchi Market)
Jagalchi Market (부산 자갈치시장) เป็นตลาดอาหารทะเลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเกาหลี
และเป็นหนึ่งในสิบของสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในเมืองปูซาน
ในส่วนที่เป็นตลาดกลางแจ้ง มีบรรดาพ่อค้าแม่ค้านำอาหารทะเลสดๆ มาวางขาย
ทั้งแบบเป็นๆ และแบบเปิดเป็นร้านปรุงในหลากหลายรูปแบบทั้งทอดและต้ม
เรียกว่าซื้อวัตถุดิบสดๆ ตรงนั้น และนำมาปรุงสดๆ ให้ทาน ใครชอบทานอาหารทะเล แนะนำเลยค๊า

คือจะบอกว่าระหว่างที่เดินมาเห็นปู เยอะมากกกกกกกกกกกก

5 (2)

และปลาหมึกตัวยักษ์

5 (3)

และหอยนานาชนิด

5 (4)

เดินได้ไม่นานก็มาถึงร้านที่เราจะฝากท้องกันไว้แล้วค่ะ ราคาอาหารก็กลางๆ ไม่ถูกไม่แพง

7 (1)

7 (2)

หน้าร้านไม่ได้ถ่ายมา ให้มองที่หน้าอัมจุมม่าไปก่อนนะจ้ะ
และนั่น !!! อาจุมม่ากำลังถือเมนูเด็ดของเราที่จะมาทานในวันนี้
นั่นก็คือ ซันนักจี ปลาหมึกสดกระดึ้บของเรานั่นเอง

8 (1)

ซันนักจิ ก็คือนำปลาหมึกสดๆ ที่ยังเป็นๆ สับหนวดเป็นท่อน ๆ ชิ้นเล็กๆ แล้วนำไปเสิร์ฟ
เวลาเสิร์ฟนั้นหนวดของหมึกจะยังคงขยับไปมา
เนื่องจากเส้นประสาทในหนวดของหมึกยังทำงานอยู่
โดยเมนูนี้จะมีการเสิร์ฟพร้อมกับ น้ำมันงา และ งาคั่ว
เนื่องจากปุ่มดูดบนหนวดของหมึกนั้นยังคงทำงานอยู่
เวลาทานนั้นต้องมีการระมัดระวังเป็นพิเศษ
เพราะปุ่มดูดพวกนี้อาจทำให้หนวดติดที่ปากและลำคอได้
ให้เคี้ยวๆๆๆๆๆๆๆ ให้ละเอียดก่อนกลืน

8 (2)

ได้มาแล้วค่า เราตื่นเต้นมาก แต่อีกใจก็แอบสงสารปลาหมึกที่เกิดมาในเกาหลี
เพราะการกินปลาหมึกแต่ละอย่างของบ้านเค้าโหดจริงอะไรจริง

8 (3)

ถามถึงรสชาติ ปลาหมึกเค้าสดมาก หวาน มันหนึบๆ หนับๆ อิ้มว่าอร่อยดีค่ะ

8 (4)

ต่อมาเป็นปลาย่าง ปลาสดหวาน ย่างมาร้อนๆ หอมๆ ทานกับข้าวสวยคือดี

9 (1)

หอยตลับและหอยเชลย่าง ส่วนตัวอิ้มชอบทานหอยก็ฟินไปค่ะ หอยสดและหวานมากก

แหมมม ถ้าได้น้ำจิ้มซีฟู้ดบ้านเรานะ จะนัววววกว่านี้เยอะ

9 (2)

9 (3)

ซุปหม้อไฟซีฟู้ด รสชาติอร่อยมาก กลมกล่อม เป็นรสชาติของอาหารทะเลต่างๆ มารวมกัน
ซดน้ำซุปร้อนๆ ท่ามกลางอากาศหนาวๆ นัวววจริง

9 (4)

ต่อมาปลาหมึกผัดเผ็ดค่ะ อิ้มว่าอาหารทะเลที่นี่คือดี คือสด ชนะไปครึ่งทาง
ส่วนรสชาติเค้าก็ปรุงมาพอดี คือส่วนตัวอิ้มว่าวัตถุดิบอร่อย มีชัยไปกว่าครึ่ง
อย่างปลาหมึกผัดเผ็ดนี่คือปลาหมึกสดหวาน ไม่มีความเหนียวเลยสักนิด
ทานเพลินๆ หมดไวมาก

9 (5)

ก่อนกลับแวะบีบปลากระจู๋ หรือกระจู๋ทะเลกันหน่อย 5555 เหมือนจริงอะไรจริง

9 (6)

หลังจากอิ่มแล้วเราไปเดินย่อยกันที่ถนนนัมโพดง Nampodong Street
การเดินทาง รถไฟใต้ดิน ลงสถานี Nampo-dong Station (ส่วนตัวอิ้มเรียกสถานีนี้ว่าปากน้ำโพ 5555)
หรือบางคนฟิต จะเดินมาเรื่อยๆ ก็ได้เช่นกัน

ถนนนัมโพดง Nampodong Street (남포동거리)
เป็นถนนช้อปปิ้งที่โด่งดังและคึกมากอีกแห่งในปูซาน
ข้างๆกับถนนแฟชั่นควังบก(Gwangbok-dong Fashion Street)
นักท่องเที่ยวนิยมจะมาเดินช้อปปิ้งและเดินเที่ยวเล่นกันยังถนนแห่งนี้
เป็นย่านที่ไม่เคยหลับใหลและคึกคักมาก
จนได้รับฉายาว่าเป็น ย่านเมียงดง แห่งเมืองปูซานเลยทีเดียว
แต่อิ้มรึจะช็อปปิ้ง ขอเดินวนๆ ตะลุยหา Street food ทานดีกว่า อิอิ

10 (1)

ขนม โฮต็อก (Hotteok / Hoddeok) เป็นขนมแป้งทอดอย่างหนึ่งของเกาหลี

10 (2)

เจออะไรก็ชิมไปหม้ดดดดด ไก่ย่างร้านนี้อร่อย เนื้อนุ่ม ซอสจัดว่าเด็ด

10 (3)

อ้าวยัง ยังไม่หยุดกิน !!!

10 (5)

ปิดท้ายค่ำคืนแรกด้วยน้ำ Chupa Chups กันค่าา วันแรกพูดเลยว่าพุงตึงมากกกก

10 (6)

Day 2 เที่ยว Gamcheon Culture Village ซานโตรีนี่เกาหลี 

วันที่สองของการเดินทาง เราออกเดินทางกันเกือบๆ เก้าโมง โดยก่อนเที่ยวก็เติมพลังให้พุงกันหน่อย

1 (1)

1 (2)

1 (3)

การเดินทางในเช้านี้เราจะนั่งรถไฟ ไปต่อรถบัส
เริ่มจากนั่งรถไฟไปลงที่สถานี Toseong (Busan Subway Line 1)
ออกทางออกที่ 6 เดินยังป้ายรถประจำทาง
เพื่อขึ้นรถประจำทางหมายเลข 1-1, 2 หรือ 2-2
แล้วไปลงที่ Gamcheon Elementary School Bus Stop

ก่อนออกไปขึ้นบัส แวะแชะกับมุมถ่ายรูปบันไดสุดเก๋ซะหน่อย

1 (4)

ระหว่างรอรถบัสก็แชะภาพวนไป

1 (5)

พอรถบัสมาถึงก็รีบขึ้นเลยค่ะ จากนั้นเดินทางต่อแค่แป๊ปเดียวเราก็มาถึงหมู่บ้าน
Gamcheon Culture Village จะบอกว่าสวยมากกกกกกกกกกกก

DCIM100GOPROGOPR0595.JPG

น่าเสียดายที่วันนี้อากาศไม่ดีเท่าไหร่
ไม่งั้นเราคงได้เห็นสีสันสดใสของหมู่บ้านสีลูกกวาดตัดกับสีท้องฟ้าสีฟ้า
ต้องเป็นภาพที่สวยงามมากแน่ๆ

DCIM100GOPROGOPR0596.JPG

“Gamcheon Culture Village” [감천문화마을]
“หมู่บ้านวัฒนธรรมคัมชอน” หรือ “ซานโตรินีแห่งเกาหลี”
ก่อนที่จะมาเป็นหมู่บ้านสีลูกกวาด สีสันสดใสเบอร์นี้
ในอดีตหมู่บ้านนี้เคยเป็นที่หลบภัยสมัยสงครามเกาหลีมาก่อน
สมัยนั้นผู้คนจากหลากหลายที่ต่างพากันอพยพลี้ภัยมาอยู่รวมกันที่นี่
ต่อมาผู้อพยพเริ่มมีการตั้งรกรากสร้างบ้านเรือนถาวรบริเวณไหล่เขา
จนกลายเป็นชุมชนแออัด ทำให้บ้านเรือนทรุดโทรมลงไปมาก
แต่ด้วยความคิดสร้างสรรค์ของ “การท่องเที่ยวเกาหลี”
เมื่อสิบกว่าปีที่ผ่านมา เค้าได้มีการปรับภูมิทัศน์ชุมชนแออัดเสื่อมโทรมเหล่านี้
ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว จึงกลายเป็น “Unseen in Pusan” ในปัจจุบัน

2 (3)

สีสันสดใสของหมู่บ้าน ทำให้อิ้มรู้สึกสดชื่นขึ้นมาทีเดียวค่ะ

00000 (2)

โอ๊ะ แอบถ่ายตอนเผลอ ใช่ หราาาาา !!!

2 (5)

เดินเข้ามาเรื่อยๆ ภายในหมู่บ้านก็จะมีร้านค้า
ทั้งขายของที่ระลึก และร้านอาหาร คาเฟ่ เต็มไปหมด

หนาวๆ แบบนี้ต้องกินไอศครีมแก้หนาว อิอิ

00000 (3)

00000 (4)

กินเสร็จก็เดินเล่นกันต่อ หมู่บ้านนี้บอกเลยว่ามุมถ่ายรูปเยอะมากกก

4 (1)

4 (2)

ชักจะหลงรักที่นี่เข้าแล้วสิคะ ใบหน้าของคนเริ่มฟินก็จะประมาณนี้

DSC_0068

บางคนอยากจะเช่าชุดฮกบกใส่เดินถ่ายรูปสวยๆ  เค้าก็มีให้บริการด้วยน๊าาาา

4 (4)

เจอสาวเกาหลีกลุ่มนี้ก็ขอแชะภาพซะหน่อย เห็นชุดฮันบกแล้วอยากใส่จริงจัง

4 (5)

เดินต่อไปเรื่อยๆ ค่ะ ระหว่างทางก็จะเจอของขายล่อตาล่อใจตลอด

5 (1)

5 (2)

6 (1)

6 (2)

6 (3)

6 (4)

6 (5)

6 (6)

แล้วก็มาถึงจุดไฮไลท์ค่ะ มุมนี้จะเป็นเจ้าชายน้อย คนต่อคิวเยอะมากกกกกกก

6 (7)

พออิ้มต่อแถวรอจะถ่ายรูป ฝนเจ้ากรรมก็ดันเทลงมาซะงั้น

6 (8)

เราเลยไปนั่งหลบฝนที่มุมหลบภัย ตอนแรกก็เซ็งๆ นะ
แต่พอนั่งสักพัก รู้สึกว่า เห้ยยยย วิวตรงนี้มันสวยมากนั่งถ่ายรูปกันเพลินๆ ได้หลายชอตเลยค่ะ

DSC_0112

วิวจากมุมหลบฝนของเรา

7 (3)

7 (4)

7 (5)

นั่งไปนั่งมาก็รู้สึกว่าฝนเริ่มแรงขึ้นทุกที เราจึงตัดสินใจซื้อร่มและออกเดินทางต่อ

สถานีต่อไป ชายหาดแฮอึนแด Haeundae Beach
การเดินทาง นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินมาลงที่สถานี Haeundae Station Exit 5
ชายหาดแฮอึนแด (Haeundae Beach / 해운대해수욕장)
เป็นชายหาดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในประเทศเกาหลี ชายหาดมีความยาว 1.5 กิโลเมตร เป็นสถานที่สำหรับจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรม
และงานเทศกาลต่างๆ ตลอดทั้งปี
มักเป็นที่นิยมสำหรับนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อน (มิถุนายน-สิงหาคม)
แต่คือเรามาวันนี้ ฝนตกกระหน่ำ เสมือนท้องฟ้าวิปริตแปรปรวนทันใด TT
มาทะเลแล้วฝนตก เวรกรรม แต่เราไม่ลดละความพยายามนะ
รอเวลาด้วยการทานอาหารกลางวัน ซึ่งเราเจอร้านอาหารเกาหลี อยู่ทางเดินไปหาดแฮอึนแดเลยค่ะ

ชอบเวลาทานอาหารที่เกาหลีเพราะเค้าจะมีเครื่องเคียงให้เราแบบชุดใหญ่ไฟกระพริบ เติมไม่อั้น

8 (1)

อันนี้ของพี่ๆ ค่ะ ไม่ได้ชิม แต่สีสันดูน่าทาน แต่พี่บอกว่าไม่เท่าไหร่ 555

8 (2)

8 (4)

ด้วยความอยากทานข้าว อิ้มส่ง บีบิมบับ หรือข้าวยำเกาหลี มาทาน
จะบอกว่าซอสและข้าวค่อนข้างอร่อยมาก หอมน้ำมันงา
แต่เสียอย่างเดียว ถ้าเค้าเสิร์ฟบนจานร้อนน่าจะอร่อยมาก

8 (3)

อันนี้ของบรีสค่ะ เหมือนซุปเนื้อตุ๋น อันนี้อร่อยมาก หอมมาก

8 (5)

เนื้อละลายในปาก น้ำซุปกลมกล่อม บรีสบอกว่าฟินนนน

8 (6)

ออกมาฝนก็ยังไม่หยุด เราเลยมาร้านขาย Eomuk ออมุก ร้าน GOREASA

ออมุก (어묵) หรือที่เรียกว่าเค้กปลาตามภาษาอังกฤษ
แต่ถ้าให้เปรียบเทียบมันก็คล้ายกับลูกชิ้นปลาบ้านเรา
เพราะเป็นแป้งผสมกับเนื้อปลานั่นเอง
และร้านนี้เป็นร้านดังอยู่เมืองปูซาน เมืองแห่งอาหารทะเลที่สดและสะอาด
จึงทำให้ออมุกของที่ร้านคัดสรรมาจากวัตถุดิบที่ดีและสดใหม่
เป็นออมุกที่มีเนื้อปลาแท้ๆ 100% และไม่ใส่สารกันบูดด้วยค่ะ

9 (1)

เค้าจะมีออกมุกใส่ถาดหลากหลายชนิด ให้เลือกคีบเองได้ตามใจชอบ ราคาเริ่มที่ชิ้นละ 1200 วอน

9 (2)

ที่สำคัญเค้ามีให้ชิมก่อนด้วยนะคะ ใจมากพูดเลย

9 (3)

9 (4)

หลังจากที่ชิมไปหลายอัน อิ้มติดใจอันนี้ค่ะ เป็นไส้ชีส ชีสทะลักมากกก

9 (5)

นำไปจ่ายเงินที่เคาท์เตอร์แล้วก็นำมาอุ่นในไมโครเวฟเอง จากนั้นก็เลือกที่นั่ง นั่งทานได้ตามใจชอบ

9 (6)

9 (7)

จนแล้วจนเล่าฝนก็ไม่หยุดสักที อิ้มก็ถอดใจแล้วมาหาข้าวเย็นเป็นไก่ทอดเกาหลีค่า

10 (1)

จานนี้เป็นไก่ทอดราดชีสสส ดีมาก ใครชอบชีสจะบอกว่าต้องถูกใจแน่นอน

ทานเสร็จอิ้มก็กลับไปนอนเพราะฝนเจ้ากรรมก็ไม่ยอมหยุดสักที TT

10 (2)

Day 3 Busan Tower และเดินทางกลับโซล 

มาถึง วันที่ 3 ของการเดินทางแล้วนะคะ
เช้านี้อิ้มเช็คเอาท์และฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรม เตรียมตัวเดินทางมาเที่ยวกันต่อ
ซึ่งวันนี้เราจะมุ่งหน้าไปที่ Busan Tower
รถไฟใต้ดินไปลงที่สถานี Nampo-dong Station หรือปากน้ำโพ  555 ทางออก 1 เดินต่อไป 10 นาที
แต่ด้วยความที่อยากเที่ยว เห็นทางออก 6 อยู่ติดแม่น้ำ หรืออ่าวอะไรสักอย่าง
เลยมุ่งหน้าไปที่นี่ก่อนค่ะ
และภาพที่เห็นก็คือวิวแบบนี้ มันดีย์มากทุกคน แล้วอากาศวันนี้ก็ดีมากด้วย
แหมมมมมม ฟ้าหลังฝนย่อมสวยงามเสมอสินะ !!

0 (1)

วิวดีมากกก แอบมองเห็นหมู่บ้านคัมชอนไกลๆ คราวหน้าได้มาซ่อมแน่ๆ หึหึ

0 (2)

หืมมมมม ตอนนั้นดนตรีเลือดข้นคนจางดังกระหึ่มในใจ 5555 บรรยากาศมันได้

DSC_0024

0 (4)

0 (5)

DSC_0046

เดินเล่นถ่ายรูปกันจนเพลินอิ้มก็เดินทางต่อไปที่ ปูซานทาวเวอร์ Busan Tower

1 (1)

1 (2)

ก่อนจะขึ้นหอคอย ก็เติมพลังที่ร้านสะดวกซื้อก่อน เป็นโอเด้งร้อนๆ และมาม่าเกาหลี

ทานท่ามกลางอากาศหนาวๆ แบบนี้ ช่วงให้ร่างกายอุ่นไปได้เยอะ

2 (1)

 

2 (2)

มีเหมียวมานั่งกินเป็นเพื่อนด้วย ^^

2 (3)

อิ่มแล้วก็ขึ้นไปโล้ดค่าาาา

3 (1)

3 (2)

ก่อนจะขึ้นด้านบนก็มาเสียเงินค่าเข้าก่อนเด้อ
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ (อายุ 13 ปีขึ้นไป) 8,000 วอน / เด็ก (อายุ 3-12) 6,000 วอน

เวลา : 10:00-23:00 (ticket office closes at 22:30)

3 (3)

พอขึ้นมาถึงด้านบน ถึงกับร้องว้าวกันเลยทีเดียว วิวสวยมากกกก

เป็นวิวพาโนรามา เห็นเมืองปูซานแบบ 360 องศา

4 (1)

4 (2)

4 (3)

4 (4)

4 (5)

DSC_0116

ถ่ายมุมไหนก็สวย ชอบชมวิวเมืองแบบนี้ที่สุด

DSC_0118

 

4 (8)

4 (9)

DCIM100GOPROGOPR0633.JPG

DCIM100GOPROGOPR0635.JPG

ได้เวลาเดินทางกลับแล้วค่ะ ตอนแรกอิ้มก็คิดว่าไม่มีอะไรแล้ว แต่พอเดินลงมา 1 ชั้นและลงลิฟท์

อิ้มก็มาเจอกับห้องนี้ น่ารักมากกกกก

5 (1)

ถัดไปอีกห้องจะเป็นห้องแบบนี้ ถ่ายภาพมาไม่สวยเท่าสถานที่จริงเลย TT

5 (2)

5 (3)

5 (5)

ได้เวลาเดินทางกลับค่ะ เราไปเอากระเป๋าที่ฝากไว้ที่โรงแรม และไปจอง

 KTX รถไฟความเร็วสูง โดยใช้พาส Korea Rail Pass ที่อิ้มซื้อตั๋วผ่าน KKday มา

เราก็ ปริ้น Voucher ที่ได้รับตอนจอง มายื่นที่เคาท์เตอร์เช่นกัน
แต่ขากลับนี่ระทึกหน่อย เกือบไม่มีที่นั่งค่ะ แนะนำว่าควรจองที่นั่งผ่านหน้าเวบจะชัวร์กว่า

DCIM100GOPROGOPR0672.JPG

นั่ง KTX 2 ชั่วโมง 45 นาที ก็มาถึง Seoul Station

อิ้มขอจบ Part 1 ของรีวิวเที่ยวเกาหลีด้วยตัวเองก่อน
รีวิวหน้าจะพาทุกท่านไปตะลุยโซลกัน รับรองว่าเด็ดมากกก เช่นเคย
รอติดตามกันนะคะ

DCIM100GOPROGOPR0677.JPG

******************************************************

ก่อนรีวิวนี้จะจบลง

ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามจนมาถึงบรรทัดนี้

ขอบคุณทุกคอมเม้นต์ ขอบคุณทุกไลค์ ขอบคุณทุกแชร์

เป็นกำลังใจที่ดีในการทำรีวิวมากๆ

ถ้าชอบก็ฝากกดไลค์กดแชร์ด้วยนะคะ

อัพเดทเรื่องกิน เช็กอินเรื่องเที่ยว ได้ที่นี่ psstory เรื่องราวดีๆในการเดินทาง

แล้วพบกันใหม่ในรีวิวหน้านะคะ สวัสดีค่ะ

******************************************************

ช่องทางติดต่อเรา

http://www.psstorytrip.com

http://www.facebook.com/psstorytrip

http://www.instagram.com/psstorytrip

http://www.youtube.com/psstorytrip

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s