ล่องเรือเมขลาสัมผัสวิถีชีวิตริมแม่น้ำเจ้าพระยาและชมอยุธยาเมืองมรดกโลก

ช่วงนี้กระแสออเจ้ามาแรงสุดๆ

เพราะฉะนั้นอิ้มก็เลยจะพาทุกคนมาเปืดประสบการณ์แบบพิเศษๆ กันอีกแล้ว

ครั้งนี้จะพามาล่องเรือสัมผัสวิถีชีวิตริมแม่น้ำเจ้าพระยาและชมอยุธยาเมืองมรดกโลก

ตามรอยบุพเพสันนิวาสนิดๆ

เรือที่อิ้มไปล่องมีชื่อว่าเรือ เมขลา cruise
เมขลา cruise เป็นเรือสำราญทรงเรือบรรทุกข้าวแบบไทยโบราณที่ถูกนำมาบูรณะ

เรือเมขลานี้มีอายุกว่า 20 ปี

เป็นเรือท่องเที่ยวที่สวยงาม จัดให้บริการทัวร์ระหว่าง กรุงเทพ และ อยุธยา

โดยมีปลายทางที่พระราชวังบางปะอิน นอนพักบนเรือ

เราจะล่องเรือเที่ยวแม่น้ำเจ้าพระยาและทำกิจกรรมคร่าวๆ ตามจำนวนวันและเวลาที่ล่องเรือ

ครั้งนี้อิ้มใช้เวลา 2 วัน 1 คืน เป็นช่วงเวลาที่แสนพิเศษมากๆ

เพราะอิ้มไม่เคยที่ล่องเรือแบบนี้เลยสักครั้ง

เอาหลาะค่ะ เดี๋ยวตามอิ้มไปชมกันว่าการท่องเที่ยวครั้งนี้จะน่าสนใจและน่าตามรอยขนาดไหน

กับรีวิวนี้ล่องเรือเมขลาสัมผัสวิถีชีวิตริมแม่น้ำเจ้าพระยาและชมอยุธยาเมืองมรดกโลก

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมของทางเรือ

https://www.facebook.com/asianoasis/

จองห้องพัก
หรือกิจกรรมต่างๆ ของ Asian Oasis ผ่านทางไลน์
สามารถแอดไลน์ ไอดี asian-oasis ได้เลยค่ะ
Line ID : asian-oasis

31515615_2046395075387896_836955823090434048_n

ขอฝากบ้านหลังเล็กๆอีกหนึ่งหลังของอิ้มด้วยจ้า
https://www.facebook.com/psstorytrip

0

ปกติแพ็คเกจมีทั้ง 3วัน2 คืน และ 2วัน1 คืน

ราคา 2วัน1 คืน ท่านละ 14,800 Baht
(ราคาอาจเปลี่ยนแปลงตามวันเดินทาง และกิจกรรมระหว่างเดินทางอาจเปลี่ยนแปลงได้เช่นกัน)

แนะนำว่าถ้ามาแบบเหมาลำราคาจะถูกลงไปอีกค่ะ

ในแพ็คเกจปกติจะมีรายละเอียดดังนี้

แพ็คเกจ 2วัน1 คืน

MKLC2D The Bangkok River Cruise by Mekhala 2D21N 2017-19_Page_1MKLC2D The Bangkok River Cruise by Mekhala 2D21N 2017-19_Page_2

และแพ็คเกจ 3 วัน 2 คืน

MKLC3D The Legendary River Cruise by Mekhala 3D2N 2017-19_Page_1MKLC3D The Legendary River Cruise by Mekhala 3D2N 2017-19_Page_2

โดยทั้งสองแพ็คเกจจะเริ่มเดินทางตั้งแต่กรุงเทพเท่านั้น

แต่วันนี้อิ้มจะเริ่มเดินทางจากอยุธยาเนื่องจากมีลูกค้าอีกท่าน

จะขึ้นจากอยุธยาค่ะ 

เราจะล่องเรือเที่ยวแม่น้ำเจ้าพระยาและทำกิจกรรมคร่าวๆ ดังนี้นะคะ

– เที่ยวเกาะเกร็ด เรียนรู้การทำเครื่องปั้นดินเผา
– ล่องเรือไหว้พระตามวัดริมน้ำ
– ล่องเรือทานอาหารมื้อเช้า กลางวัน และค่ำ
– ล่องเรือวัฒนธรรมชมแหล่งโบราณสถานริมแม่น้ำเจ้าพระยา
– เที่ยวชมพระราชวังบางปะอิน

นอกจากนั้นเรือเมขลายังมีบริการเช่าเหมาลำเพื่องานสังสรรค์หรือโอกาสพิเศษ

เช่น – งานเลี้ยงสังสรรค์วันเกิด วันครบรอบพิเศษ

หรืองานเลี้ยงฉลอง กลุ่มเล็ก ๆ ไม่เกิน 25 คน

โดยราคารวมค่าห้องพักพร้อมรับประทานอาหารไทยมื้อค่ำและมื้อเช้า ของว่าง

เครื่องดื่ม ชา กาแฟ และน้ำดื่มทุกมื้ออาหาร

เส้นทางของเราวันนี้ก็จะเริ่มจากอยุธยาค่ะ

อิ้มมาขึ้นเรือที่ท่าเรือบางปะอินราวๆ บ่ายโมง

พอขึ้นบนเรือก็มี พนักงานประจำเรือใส่เสื้อพระราชทานลายไทยมาเสิร์ฟเวลคัมดริ้งค์เย็นๆ

ช่วยทำให้บรรยากาศดีงามเป็นอย่างมาก

1 (1)

ทานอาหารก่อนเดินทางสักหน่อยค่ะ

อาหารที่เค้าจะเสิร์ฟให้เราทานเป็นอาหารที่ปรุงสุกใหม่จากบนเรือ

จะเป็นเมนูอาหารไทยทั่วๆ ไป

และภาชนะที่จัดใส่มาสวยงามมาก

โดยเริ่มต้นมื้อกลางวันจะเป็นปอเปี๊ยะทอดและผัดไทยค่ะ

1 (2)

1 (3)

พอทานอาหารกลางวันเสร็จ อิ้มก็ออกมาเพลิดเพลินกับบรรยากาศสองฝั่งของแม่น้ำ

และสัมผัสวิธีชีวิตชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำ

เป็นวิถีสโลไลฟ์และชิลมาก

1 (4)

วันที่อิ้มไปแอบเอาชุดไทยไปใส่ตามกระแส ออเจ้ากันหน่อยค่ะ

ชุดไทยกับเมืองอยุธยานี่เข้ากันสุดๆ

1 (5)

ระหว่างทางมีเรือสวนมาเรือลำนั้นตะโกนถามอิ้มว่า “ไปไหนล่ะออเจ้า”

อิ้มหันไปดูก็เห็นมีแม่การะเกดใส่ชุดไทยอยู่เต็มลำ มีความอินละครกันหนักมากกกก 555

1 (6)

วันนี้อากาศสบายๆ ไม่มีแดดมากวนใจมาก

คนที่มาล่องเรือน่าจะชอบในบรรยากาศแบบนี้ค่ะ

1 (7)

ตอนนี้เรือเมขลากำลังพาเราล่องผ่านวัดพุทไธศวรรย์ เป็นวัดโบราณอันสำคัญยิ่งในสมัยอยุธยา

มองจากบนเรือสวยงามมากทีเดียวค่ะ

1 (8)

ล่องเรือต่อมาเราจะถึงวัดนักบุญยอแซฟ อยุธยา

วัดนักบุญยอแซฟ อยุธยาเป็นโบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิกแห่งแรกในประเทศไทย

สร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา โดยอาคารหลังแรกเป็นอาคารไม้

และได้ปรับปรุง บูรณะเรื่อยมาจนกระทั่งเป็นหลังปัจจุบัน

เป็นอีกสถานที่นึงที่สวยงามมาก

1 (9)

จากนั้นเราก็มาถึงมุมไฮไลต์ค่ะ

วัดไชยวัฒนาราม หรือ วัดชัยวัฒนาราม

เป็นวัดเก่าแก่สมัยอยุธยาตอนปลายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าปราสาททอง

และตามเรื่องเล่าวัดนี้อาจถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะเหนือเขมรด้วย

จึงทำให้มีรูปแบบทาง

สถาปัตยกรรมส่วนหนึ่งมาจากปราสาทนครวัด

และถ้าหากตามรอยละครบุพเพวันนิวาส วัดแห่งนี้เรียกว่าเป็นวัดสำคัญในละครมาก

เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของเกศสุรางค์ที่ต้องประสบกับเหตุการณ์แปลกๆ

ข้ามภพไปอยู่ในร่างแม่การะเกดในยุคอดีต นั่นเองค่ะ

1 (10)

มองจากมุมนี้ยิ่งสวยงามมาก

 

1 (11)

แล้วเราก็ล่องเรือกลับค่ะ ผ่านวัดพนัญเชิง วัดที่มีประวัติอันยาวนาน

และก่อสร้างก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยาด้วยซ้ำ เก่าแก่มาก

1 (14)

ระหว่างทางเราก็จะได้ชมวิถีชีวิตของชาวบ้านตลอดสองฝั่ง

1 (15)

ได้เวลาไปสำรวจห้องนอนแล้วค่ะ เรือเมขลานี้ตัวเรือมี 2 ชั้น ชั้นบนมีหลังคา เปิดโล่งเฉพาะด้านข้าง

พร้อมกับเบาะข้าง โต๊ะและเก้าอี้นั่งชมวิว ชั้นล่างที่เป็นห้องนอน มีหลายห้อง

เตียงนอนทำแบบเตียงสองชั้น เพียงแต่ชั้นบนเป็นที่นอน ชั้นล่างเป็นห้องน้ำทันสมัย

พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งอ่างล้างหน้า เครื่องสุขภัณฑ์อย่างดี เครื่องทำน้ำอุ่นฝักบัว

และมีเครื่องปรับอากาศให้ด้วย

แต่ในส่วนของแอร์จะไม่สามารถเปิดทั้งวันได้ต้องรอเรือเทียบท่าก่อนเท่านั้นค่ะ

1 (16)

1 (17)

1 (18)

1 (19)

คำคืนนี้เราจะเทียบท่าเรือบางปะอิน ซึ่งอยู่ฝั่งเดียวกับวัดนิเวศธรรมประวัติ

พอเรือจอดสนิทอิ้มก็ลงไปสำรวจวัดนี้กันค่ะ

1 (22)

ปกติอิ้มไม่รู้จักวัดนี้มาก่อน

พอเข้าไปรู้สึกว่าวัดนี้สวยงามมาก วัดนิเวศธรรมประวัติเป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

โปรดฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อทรงใช้เป็นสถานที่สำหรับบำเพ็ญพระราชกุศล

เมื่อเสด็จฯ แปรพระราชฐานมาประทับที่พระราชวังบางปะอิน

ใช้รูปแบบสถาปัตยกรรมกอทิกเลียนแบบโบสถ์คริสต์

สวยงามและสงบมาก

1 (20)

ภายในพระอุโบสถ เป็นพระอุโบสถแบบกอทิกภายในประดิษฐานพระพุทธนฤมลธรรโมภาส

1 (21)

เดินเล่นสักพักก็กลับมาที่เรือค่ะ เย็นนี้เราจะทานดินเนอร์กันบนเรือเมขลาลำนี้

1 (23)

อาบน้ำ เปลี่ยนชุดพร้อมดินเนอร์ค่ะ

1 (24)

พี่ๆ พนักงานบนเรือจัดที่นั่งดินเนอร์ไว้พร้อมแล้ว

1 (25)

มื้อเย็นของเรา เป็นอาหารไทยเช่นเคย

 

1 (26)

1 (27)

ทุกอย่างจัดเสิร์ฟได้น่าทานมาก

1 (28)

บรรยากาศยามเย็นภายในเรือเมขลาสวยงามและเงียบสงบ

1 (29)

1 (30)

1 (31)

หลังจากที่เราทานอาหารเย็นเสร็จแล้วก็เข้าไปพักผ่อนค่ะ

1 (32)

เช้าวันที่สองเราออกเดินทางกันตั้งแต่หกโมงเช้า

โดยสถานที่แรกที่เราจะมุ่งหน้าไปนั่นก็คือ ชุมชนศาลาแดงเหนือ

1 (33)1 (34)

มาฟังเรื่องราวของที่นี่กันสักนิดนะคะ

ชุมชนมอญวัดศาลาแดงเหนือ
ชาวบ้านในชุมชนวัดศาลาแดงเหนือเป็นชาวบ้านที่อพยพมาจากเมืองเมาะตะมะ

สมัยก่อนได้มีศึกสงครามเกิดขึ้นในพม่าบ่อยครั้งมาก

ทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจึงต้องหลบหนีสงครามมาทางด่านเจดีย์สามองค์

เพื่อมาพึ่งพระโพธิสมพาน

ในสมัยรัชกาลที่ 2 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

ได้ให้คนไปรับชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน

โดยให้ชาวบ้านได้เลือกพื้นที่ที่จะอาศัยเป็นหลักเป็นแหล่งจากพื้นที่เหล่านี้

คือ ชุมชนวัดศาลาแดงเหนือ ปากเกร็ด และพระประแดง

ซึ่งชาวบ้านได้ตัดสินใจเลือกที่อยู่อาศัยด้วยความสมัครใจของตนเอง

สำหรับชุมชนวัดศาลาแดงเหนือได้ช่วยกันสร้างวัดขึ้นมาชื่อว่า

“วัดศาลาแดงเหนือ” ให้เป็นศูนย์กลางของชุมชน

ซึ่งคำว่า วัดศาลาแดงเหนือ แปลเป็นภาษามอญได้ว่า “ภียปราน”

และชื่อของชุมชนนี้ได้ชื่อว่า ชุมชนวัดศาลาแดงเหนือมาตั้งแต่ก่อตั้งชุมชน

ชุมชนแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 2 ตำบลเชียงรากน้อย อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี

ในชุมชนวัดศาลาแดงเหนือมีทั้งหมด 75 หลังคาเรือน ภายในวัดมีพระ 4 รูป

ลักษณะที่เด่นชัดของชาวบ้านในชุมชนวัดศาลาแดงเหนือ

คือ จะสร้างบ้านเป็นทรงไทยที่มีใต้ถุนเสาสูงเหมือนกันทั้งหมู่บ้าน

แม้ว่าจะมีการชำรุดหรือทรุดโทรมลงไปบ้าง

แต่ส่วนที่ได้รับการซ่อมแซมหรือบ้านที่สร้างขึ้นใหม่ก็ยังคงสร้างเป็นทรงเดิมอยู่

เพราะต้องการที่คงความเป็นเอกลักษณ์ของชาวมอญไว้

เหลือให้ลูกหลานได้รู้และรักษาความเป็นเอกลักษณ์ของชาวมอญไว้ให้คงไว้อย่างเดิม

และป้องกันภัยน้ำท่วม เนื่องจากประสพการณ์ที่อยู่ริมน้ำมานาน

ด้วยความที่ชาวมอญยึดเป็นหลักในการเลือกที่อยู่อาศัยคือ

ที่อยู่อาศัยต้องติดกับแม่น้ำเพื่อจะได้สะดวกในการใช้น้ำในยามหน้าแล้ง

1 (35)

1 (36)

1 (37)

วิถีชีวิตเรียบง่ายริมสายน้ำ

1 (38)

1 (39)

ผู้คนที่นี่ใจดีและยิ้มแย้มกับผู้ที่มาเยี่ยมเยือนเสมอ

1 (40)

1 (41)

ศูนย์กลางของชุมชน คือ ศาลาวัด

เพราะศาลาวัดของชุมชนสามารถจุคนได้มากกว่าที่อื่น

และศาลาวัดยังเป็นหอกระจายข่าวของหมู่บ้านด้วย

กิจกรรมทุกกิจกรรมที่จัดขึ้นในหมู่บ้านจะใช้ศาลาวัดเป็นสถานที่จัดงานเสมอ

และยังรวมไปถึงการประชุมต่าง ๆ ในหมู่บ้านด้วย และ ณ ศาลาแห่งนี้ทุก ๆ เย็นของทุก ๆ วัน

ผู้สูงอายุในหมู่บ้านจะมีการสวดมนต์ภาษามอญกัน

ซึ่งได้ทำกันเป็นประเพณีมาเป็นเวลานานแล้วตั้งแต่บรรพบุรุษจนถึง ปัจจุบัน

1 (45)

1 (42)1 (44)

ได้เวลาอันสมควร เราเดินทางกลับกันค่ะ

1 (43)

สักราวๆ แปดโมงอาหารเช้าก็ทะยอยมาเสิร์ฟค่ะ

1 (47)

ระหว่างทานไปก็ชมวิถีชีวิตชาวบ้านริมน้ำไป มันเป็นความสุข สงบ อย่างบอกไม่ถูก

1 (46)

1 (48)

1 (49)

1 (50)

เรือล่องมาตามสายน้ำเจ้าพระยาเรื่อยๆ จนมาถึงตลาดปทุมค่ะ

1 (51)

1 (52)

ที่นี่มีทั้งตลาดของกิน ของใช้ ครบครัน

1 (53)

1 (54)

ขนมโยราณ อาหารต่างๆ น่าทานมากกกก

1 (55)

1 (56)

คุณยายร้านนี้ขายข้าวแช่ ผ่านมาแวะอุดหนุนกันได้นะคะ

1 (57)

1 (58)

1 (59)

1 (60)

1 (61)

มีรถสามล้อให้บริการด้วยค่ะ

1 (62)

พอเดินสำรวจตลาดปทุมเสร็จแล้วก็เดินทางกลับมาขึ้นเรือเมขลา

1 (63)

จากนั้นเรือก็พาเรามาถึงเกาะเกร็ด

สถานีสุดท้ายของการเดินทางวันนี้ค่ะ

1 (64)

เกาะเกร็ด เป็นเกาะกลางน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง

และมีฐานะเป็นตำบลหนึ่งในท้องที่อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

มีเนื้อที่ประมาณ 4.2 ตารางกิโลเมตรหรือ 2,625 ไร่[1]

เป็นที่อยู่ของชาวไทยเชื้อสายมอญที่มีอาชีพปั้นเครื่องปั้นดินเผาเป็นส่วนใหญ่

1 (65)

มาวันธรรมดาก็อาจจะเงียบๆ หน่อยนะคะ

1 (66)

จุดแรกอิ้มแวะนั่นก็คือการชมเครื่องปั้นดินเผาในพิพิธภัณฑ์

1 (67)

จากนั้นก็เริ่มเดินในชุมชนค่ะ

แวะทานเฉาก๊วยร้านนี้อร่อยดี เย็นชื่นใจ

1 (68)

ติดกับร้านเฉาก๊วยจะมีร้านขนมโบราณมีหลากหลายชนิด

และคุณลุงเจ้าของร้านน่ารักและคุยเก่งมาก

ถ้ามาเที่ยวแนะนำให้แวะมาซื้อนะคะ

1 (69)

1 (70)

เรายังคงวนอยู่กับของกิน 5555

1 (71)

1 (72)

1 (74)

1 (73)

ต่อมาเราจะเดินไปที่โรงปั้นดินเผาที่มีชื่อเสียงมากของเกาะเกร็คดค่ะ

นั่นก็คือโรงปั้นหมู่ 6 ที่นี่มีการสาธิตการปั้น การแกะสลัก รวมถึงการสอนปั้นกันอย่างเป็นกันเอง

แถมใครที่ปั้นยังได้ผลงานตัวเองกลับบ้านอีกด้วย

แต่สำหรับใครที่ไม่อยากปั้นที่นี่ก็มีเครื่องปั้นดินเผาสวยงาหลากหลายแบบให้เลือกซื้อหา

1 (75)

การปั้นนี่เหมือนจะง่ายนะคะ แต่ความจริงไม่ง่ายเลย

ขั้นตอนต่างๆ เยอะแยะมากและต้องพิถีพิถันมากกว่าจะได้แต่ละชิ้น

1 (77)

1 (78)

เตาหมูกระทะออเจ้าก็มีนะจ้ะ อินเทรนด์สุดๆ

1 (76)

เดินเที่ยวเกาะเกร็ดสักพักก็ได้เวลาเดินทางกลับแล้วค่ะ

1 (79)

พอขึ้นมาบนเรือก็มีอาหารรอเราพอดีหายเหนื่อยจริงๆ

1 (80)

1 (81)

ข้าวแช่ที่เราซื้อจากตลาดปทุมมาค่ะ ให้พี่เค้าจัดใส่ถ้วยชามให้

ดูดีและน่าทานมาก

1 (82)

แล้วเราก็เริ่มเดินทางเข้าสู่กรุงเทพ ด้วยเรือเมขลา

เป็นมุมมองของกรุงเทพที่อิ้มไม่เคยได้สัมผัส

1 (83)

พอเข้าสู่กรุงเทพ แม้วีถีชีวิตริมน้ำเจ้าพระยาจะไม่ค่อยมีให้ได้เห็น

แต่ก็มาแทนที่ด้วยการใช้ชีวิตอันวุ่นวายของคนเมืองกรุง

ที่กลายเป็นเสน่ห์อีกอย่าง

กาลเวลาเปลี่ยนไปวิถีชิวิตริมน้ำเปลี่ยนไป

จากวิถีที่เรียบง่ายกลายเป็นวิถีแห่งการดิ้นรน แข่งขัน

ผู้คนมากมายใช้บริการเรือข้ามฟากเพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางจราจรทางบกที่คับคั่ง

1 (84)

1 (85)

เราผ่านวัดวาอารามและสถานที่สำคัญมากมายในมุมมองจากบนเรือเมขลา

1 (86)

1 (87)

1 (88)

1 (89)

1 (90)

1 (91)

1 (92)

1 (93)

1 (94)

เรือเมขลาก็พาเรามายังจุดหมายที่ท่าเรือโอเรียนเต็ล เป็นสองวันหนึ่งคืนที่อิ้มประทับใจมาก

ขอบคุณทีมงานบนเรือที่ดูแลเราอย่างดีตลอดการเดินทาง

1 (95)

1 (96)

สำหรับเรือ เมขลา

โดยรวมอิ้มประทับใจมากเพราะไม่เคยสัมผัสบรรยากาศแบบนี้เลยสักครั้งในชีวิต

เป็นการท่องเที่ยวแบบใหม่ที่เคยได้ไป

ราคาอาจจะแรงไปนิดสำหรับคนไทย

แต่อิ้มว่าถ้ารวมกันไปกลุ่มแล้วมากันหลายๆ คน จะสามารถหารค่าเรือได้ถูกลงไปอีกมาก

แนะนำมาเป็นกลุ่มนะคะ จะคุ้มค่ามากกว่า

และถ้าหากมีเวลาลองมาเที่ยวแบบนี้ดูนะคะ รับรองว่าไม่ซ้ำใครแน่นอน

******************************************************

ก่อนรีวิวนี้จะจบลง

ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามจนมาถึงบรรทัดนี้

ขอบคุณทุกคอมเม้นต์ ขอบคุณทุกไลค์ ขอบคุณทุกแชร์

เป็นกำลังใจที่ดีในการทำรีวิวมากๆ

ถ้าชอบก็ฝากกดไลค์กดแชร์ด้วยนะคะ

อัพเดทเรื่องกิน เช็กอินเรื่องเที่ยว ได้ที่นี่ psstory เรื่องราวดีๆในการเดินทาง

แล้วพบกันใหม่ในรีวิวหน้านะคะ สวัสดีค่ะ

******************************************************

ช่องทางติดต่อเรา

http://www.psstorytrip.com

http://www.facebook.com/psstorytrip

http://www.instagram.com/psstorytrip

http://www.youtube.com/psstory trip

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s