กินปู ดูเล สปาโคลน เรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน @บ้านแหลมโฮมสเตย์ นครศรีธรรมราช

การเดินทางมักจะทำให้เราได้พบอะไรใหม่ๆ

เพื่อนใหม่ๆ ประสบการณ์ใหม่ๆ ความรู้ใหม่ๆ

เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

การออกเดินทางของอิ้มทุกครั้ง

มีจุดมุ่งหมายเสมอ อย่างเช่น

เราต้องการไปพักผ่อนโรงแรม 5 ดาว

อยากนอนภูเขา อยากกางเต้นท์ อยากนอนโฮมสเตย์

ทริปนี้อยากไปกับแฟน

หรือทริปนี้อยากไปกับเพื่อน

ทุกความต้องการมักจะ

มีคำตอบในใจเสมอว่าต้องเดินทางไปที่ไหน

อย่างครั้งนี้ก็เช่นกัน

วันนึงอิ้มเปิดเฟสบุคปกติ

หน้าฟีดมองเห็นเพื่อนไปทำสปาโคลน

เอ๊ะ เราก็ขำๆ น่าจะสนุกดี

พอดู Location อ้าว จังหวัดนครศรีธรรมราช

กำลังอยากไปอยู่พอดี

หลังจากที่ศึกษาดู

ปรากฎว่าจังหวัดนี้มีอะไรน่าท่องเที่ยวอีกเยอะแยะมากมาย

โดยเฉพาะสปาโคลน มันน่าไปโดนยิ่งนัก

ที่นี่คือที่ไหนหว่า ???

ได้ความมาว่าคือ บ้านแหลมโฮมสเตย์

ราคาอยู่ที่คนละ 2000 บาท (แต่ต้องจอง 5 คนขึ้นไป)

ถ้าเราไปแค่สองคน จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในส่วนของค่าเรือ

2000 บาทสองคน 4000 อืมๆๆๆ

แล้วเราจะได้อะไรจากเงินสี่พันบ้าง

เค้าบอกว่า ที่พัก 1 คืน รวมอาหารสามมื้อ

อาหารเป็นซีฟู้ดตามฤดูกาล

อย่างช่วงนี้เป็นฤดูแห่งปู ก็ทานปูได้ไม่อั้น

นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมมากมาย

อาธิ พาไปชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า

จิบกาแฟกลางทะเล ปลูกป่าชายเลน ดูวิถีชุมชน

และเก็บหอยนางรมสดๆ กลางทะเล มาย่างทานสดๆ

โอ๊ะๆๆ แค่นี้อิ้มฟังดูก็ฟินแล้วอ่ะ

มันเป็นมากกว่าเราไปนอนโฮมสเตย์ทั่วไป

อิ้มไม่รอช้าตัดสินใจชวนคุณแฟน Roadtrip ยาวๆ

กรุงเทพฯ-นครศรี

จริงๆ อิ้มชอบขับรถเที่ยวกันอยู่แล้ว

อยากพักตรงไหนก็พัก อยากไปตรงไหนก็ไป

จอดตรงไหนก็ได้

แถมยังได้มองข้างทางสวยๆ ฟังเพลงเพราะๆ

ขับกล่อมเราไปตลอดเส้นทาง

เป็นความสุขที่ล้นหัวใจสุดๆ

เอาหล่ะค่ะ เกริ่นเรื่องราวไปเยอะ

เดี๋ยวตามอิ้มไปชมกันว่าอิ้มจะได้อะไร

จากการไปบ้านแหลมโฮมสเตย์ในครั้งนี้บ้าง

ตามไปชมกันเลยค๊าาา

ก่อนอื่นขอฝากร้านก่อนนะ อิอิ

https://www.facebook.com/psstorytrip

0

จากกรุงเทพฯ ถ้าเราขับรถมา ใช้เวลา 10 ชั่วโมงครึ่ง

ให้มาที่ บ้านแหลม ต.ท่าศาลา อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช

หากไม่เจอ สอบถามได้ที่ เฟสบุคนี้เลยค่า

https://www.facebook.com/konekontour/

หากใครนั่งเครื่องมาแนะนำให้เช่ารถ หรือ

โทรบอกทางโฮมสเตย์ก็ได้นะคะ

เพราะเค้ามีรถสามล้อไปรับถึงสนามบิน เฟี้ยวสุดๆ

หลังจากที่เราเดินทางมาแสนไกลก็มาถึงจุดมุ่งหมายสักที

แล้วเราก็ได้พบกับสโลแกนสั้นๆ

“Baan Leam … Nothing here บ้านแหลม … ไม่มีอะไร”

เห้ยยย จริงเหรอ

อิ้มมองไปรอบตัว ไม่มีใคร ที่นี่ไม่ได้ติดทะเล

แต่ต้องนั่งเรืออกไปนิดหน่อยเพราะรอบๆ

เป็นป่าชายเลน

และดูไม่มีอะไรจริงๆ ด้วย

ใจก็หวั่นๆ เอ๊ะ ๆ ยังไง

ขอแจ้งก่อนว่าที่นี่เป็นชุมชนของคนมุสลิม

จะไม่ทานหมู และไม่เลี้ยงสุนัข

ไม่นานก็มีคนในชุมชนเดินเข้ามาทักทาย

ด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตรว่า

มาพักโฮมสเตย์ใช่ไหม

รอสักแป๊ปนะ แล้วก็นำน้ำมาให้อิ้มทันที

เริ่มต้นไปได้สวย รอยยิ้มที่ได้

มันรู้สึกชื่นใจ อย่างบอกไม่ถูก

1

ไม่นานก็มีผู้ชายคนนึงขับมอเตอร์ไซค์มา

แล้วมาทักทายพร้อมกับแนะนำตัวว่า

พี่ชื่อทักษิณ ยินดีต้อนรับสู่ บ้านแหลมโฮมสเตย์ครับ

 

เย้ๆๆๆๆๆ อิ้มยิ่งรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาอีก

ก็เลยถามพี่ทักษิณว่า บ้านพักอยู่หลังไหน

พี่ทักษิณบอกว่า มาเหนื่อยๆ

กินข้าวกินปลากันก่อน

เราก็ปฎิเสธว่าไม่เป็นไร

เพราะอาหารสามมื้อที่รวมในแพ็คเกจ

คือ เย็น เช้า และก่อนกลับอีกหนึ่งมื้อ

พี่ทักษิณบอกไม่เป็นไร

เพราะเราขับรถมาน่าจะเหนื่อย

พี่ไม่คิดเงิน แถมๆ

พี่เค้าไม่พูดพร่ำทำเพลง

ยกตระกร้าปูดำและปูม้าแต่ตัวไม่ใหญ่

ที่เพิ่งเหมาชาวบ้านจากเรือหาปลามายังเป็นๆ สดมาก

และบอกว่าเราแป๊ปนึงนะ

แล้วก็จัดการให้แม่ครัวนำไปทำกับข้าว

อิ้มนี่อึ้งไปเลยจ้า

 

2 (1)

ระหว่างที่รอปูบางส่วนที่นำไปปรุงอาหาร

พี่ทักษิณก็เริ่มเปิดการ์ดวิชาการให้อิ้มดูทันที

อย่างปูภาพข้างล่างตัวหลังที่เบลอนี่เป็นปูนิ่ม

คือ อิ้มเพิ่งเคยเห็นปูนิ่มแบบเป็นๆ

ครั้งแรกในชีวิต 55555

แล้วพี่ทักษิณก็อธิบายว่าเพราะอะไรถึงเป็นปูนิ่ม

ถึงบางอ้อกันเลยทีนี้

2 (2)

ไม่นานปูในตะกร้าเมื่อกี้

ก็มาอยู่ในถาดตรงหน้า

พร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ด พี่เค้าบอกว่า

กินเล่นๆ เพลินๆ ไม่ต้องกินข้าว

กินให้อิ่มเพราะเห็นตอนแรกบอกว่าอิ้มชอบกินปู

ก็เลยจัดปูมาให้หนำใจ

และบอกว่าห้ามหยุดจนกว่าจะยอมแพ้

เอาหล่ะเปิดเกมส์ได้สวย

อิ้มนี่เริ่มเลยจ้า

2 (3)

ระหว่างที่ทาน พี่ทักษิณก็สอนเราแกะปูด้วยวิธีที่ง่ายสุดๆ

อยากรู้ว่าแกะยังไง ลองมาที่นี่นะคะ อิอิ

ระหว่างกำลังเพลิน

พี่ทักษิณก็เอาปูนิ่มที่นึ่งสุกแล้วมาให้อิ้ม

แล้วบอกว่ากินได้เลยทั้งตัว

ทั้งส่วนกระดองและขา

พอลองทานดูคือมันดีย์มากกกก

ต้องมาลองนะคะ

2 (4)

กินกันเป็นถาดๆ คิดดู 5555

2 (5)

2 (6)

ระหว่างที่ทาน

พี่ทักษิณก็เริ่มเล่าประวัติและความเป็นมาของที่นี่ให้ฟัง

พี่ทักษิณ ไม่ใช้เจ้าของบ้านแหลมโฮมสเตย์

แต่เป็นเหมือนผู้นำชุมชน

ในการทำโฮมสเตย์ขึ้นมา

แรกๆ ไม่มีใครยอมในความคิดของพี่ทักษิณเลย

จนกระทั่งมีเฟสบุคขึ้นมา

พี่ทักษิณก็เริ่มเปิดเพจ

เพราะพี่ทักษิณมองเห็นความเป็นอยู่ในชุมชน

และอยากถ่ายทอดความเรียบง่ายของชีวิตชาวประมงที่หาเช้ากินค่ำ

มาถ่ายทอดโดยผ่าน สโลแกนที่ว่า

Baan Leam … Nothing here บ้านแหลม ไม่มีอะไร

ที่นี่ขายความไม่มีอะไร แต่ที่นี่มีวิถีชีวิต

มีความเป็นอยู่แบบเรียบง่าย

หาเช้ากินค่ำในวิถีของชาวประมง

ซึ่งหาที่ไหนไม่ได้อีก

เพราะฉะนั้น การมาที่บ้านแหลมโฮมสเตย์

จะไม่มีอะไรคืนกลับไปให้นอกจากความสุข

วิถีความเป็นอยู่อันวุ่นวายในเมืองหลวง

ถ้ามาที่นี่ความเหนื่อยล้าจะหายไป

เพราะการมาที่นี่เหมือนกับมาเที่ยวบ้านญาติ

มีกิจกรรมให้ร่วมทำกันหลายอย่าง

ที่สำคัญเรายังจะได้ปลูกป่าชายเลนอีกด้วย

เป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ได้ทั้งความสุข

และประโยชน์อันมากมาย

อิ้มกับบรีสนี่อึ้งไปชั่วขณะ

และมั่นใจว่าอิ้มเลือกไม่ผิดจริงๆ ที่มาเที่ยวที่นี่

ความคิดก็หยุดลงปั๊ป หนุบหนับ หยุบหยับ

แม่ครัวยกปูนิ่มทอดกระเทียมมาให้อีกถาดนึง

โอ้ยยยย ท้องจะแตกแย้ววว

2 (7)

2 (8)

นาทีนี้บอกพี่ทักษิณทันทีค่ะ ว่ายกธงขาวยอมแพ้แล้ว

มันอิ่มมาก จริงๆ

หลังจากนั้นก็ได้เวลาออนทัวร์ค่ะ

พี่ทักษิณพาเรานั่งสามล้อ ตระเวนรอบหมู่บ้าน

ระหว่างนั้นก็เล่าเรื่องราวของชุมชนต่อ

บ้านแหลม เป็นชุมชนที่ตั้งอยู่ในตำบลท่าศาลา

 คนในชุมชน ร้อยละ 99 นับถือศาสนาอิสลาม

ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้าน

ใช้ภาษาใต้ซึ่งเป็นภาษาถิ่นในการพูดคุย

ที่นี่ทำเรื่องการท่องเที่ยวมาแล้ว 3 ปี

แต่ก็ยังถือว่าเป็นชุมชนน้องใหม่อยู่

การมาเที่ยวที่นี่อาจจะไม่เหมือนโฮมสเตย์อื่นๆ ทั่วไป

โดยรายละเอียดมีประมาณนี้ค่ะ

บ้านแหลมโฮมสเตย์เป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

เป็นการท่องเที่ยวที่ให้ชุมชน

และคนในชุมชนเป็นคนบริหารจัดการกันเอง

ทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับศักยภาพ ความพร้อมของชุมชน

และคนในชุมชนเอง

บางครั้งทางชุมชนอาจรับนักท่องเที่ยวได้บ้างหรือไม่ได้บ้าง

ต้องมีการติดต่อเข้าไปก่อนว่าจะมากี่คน

นอนกี่คืน

ที่นี่ไม่เหมาะกับการ walk in เข้ามา

เพราะเค้าไม่สะดวกที่จะเตรียมอาหาร

ในส่วนของอาหารเค้าจะต้องเตรียมซื้ออาหารทะเล

ตั้งแต่ช่วงเช้า จะได้ของสดใหม่จากเรือประมงชาวบ้าน

แต่ละเดือนอาหารจะไม่เหมือนกัน

อย่างช่วงที่อิ้มมาคือฤดูปู เค้าก็มีปูไม่อั้น

บางช่วงมีปลาก็ทานปลาไม่อั้น

กุ้งบ้าง หอยบ้าง กั้งบ้าง สลับกันไป

ส่วนของที่พัก ภายในหมู่บ้าน มีโฮมสเตย์เกือบ 10 หลัง

แต่ละหลังก็ถูกตั้งขึ้นมา

มีทั้งเป็นบ้านเดี่ยว และนอนกับเจ้าของบ้าน

เราสามารถเลือกได้ว่าจะนอนแบบไหน

และส่วนใหญ่คนในชุมชนจะประกอบอาชีพประมง หรือทำสวน

การท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นในชุมชน

ถือเป็นเพียงรายได้เสริม

ที่มาช่วยสนับสนุนรายได้หลักเท่านั้น

การท่องเที่ยวโดยชุมชนที่นี่

จึงดำรงไว้ซึ่งวิถีชีวิตของชุมชนค่อนข้างชัดเจน

มีความเป็นoriginal โดยสมบูรณ์

อย่างบ้านแรกที่เราแวะไปชม

คือการแกะใบจาก ใช้ทั้งมือและปาก

ผลิตภัณฑ์ที่ได้ก็คือ เป็นกระดาษมวนพันยาสูบ

วันนึง พี่เค้าทำได้เยอะเลยค่ะ

น่าทึ่งมาก

3 (1)3 (2)

ต่อมาไปดูวิธีการทำเครื่องแกงค่ะ

ด้านหน้ามีป้ายเขียนว่า

พริกแกงมุสลิมะฮ์

เครื่องแกงที่นี่ส่วนมากขายที่ตลาด

และขายในชุมชน ถ้ามีงานรื่นเริง

พริกแกงที่นี่จะถูกเหมาไปหมด

พริกแกงที่ทำมีเจ็ดชนิด

ที่ขายดีจะมีมัสมั่น คั่วกลิ้ง

ที่สำคัญยังมีลูกค้าสั่งทั่วประเทศ

โดยใช้ขนส่งทาง kerry

และมากกว่านั้นคือมีออเดอร์จากสิงคโปร์

เป็นประจำทุกเดือนด้วย

โอ้โห ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ ค่ะ

เป็นชุมชนที่เจ๋งมากแล้วนะเนี่ย

4 (1)

4 (2)

ต่อมางเรามุ่งหน้าไปยัง

โฮมสเตย์ตัวอย่าง

ชื่อว่าบ้านสวนวัลลีย์เครือข่ายบ้านแหลมโฮมสเตย์

เสียดายที่นี่คืนนี้เต็มไม่อย่างนั้นคงฟินมาก

บ้านสวนวัลลีย์เป็นบ้านของพี่ไหมค่ะ

5 (1)

ที่นี่เป็นโฮมสเตย์ตัวอย่าง

เพราะเค้าปลูกผักปลอดสารพิษไว้ทานเอง

ภายในบ้านมีผักผลไม้สดๆ มากมาย

บ้านของพี่ไหมจะรองรับนักท่องเที่ยวประมาณ 4-10 ท่าน

จะนอนในบ้านใหญ่ซึ่งเป็นส่วนตัวของพี่ไหม

หรือจะกางเต้นท์นอนที่ลานหน้าบ้านก็ได้เช่นกัน

5 (2)

หรือจะนอนหลังนี้ก็ได้

โฮมสเตย์ที่แสนจะน่ารักโดนใจอิ้มสุดๆ

ตัวบ้านน่ารักมุ้งมิ้งค์มาก รอบบ้านเป็นสวนผักผลไม้

มีเล้าไก่ ด้วยค่ะ

5 (3)

5 (4)

นอกจากนั้นบ้านสวนวัลลีย์ยังมีมัลเบอร์รี่ถึงสองร้อยต้น

เมื่อถึงช่วงโต มัลเบอร์รี่บางส่วน

พี่ไหมจะนำมาแปรรูปโดยการทำแยม

แต่ขายดีมาก สินค้าไม่พอกับจำนวนตลาด

จึงขยายพันธุ์เพิ่ม

และปลูกเสาวรส อัญชัญ มะนาว กล้วย

เรียกว่ามีเยอะมากหลากหลายมาก

ถ้ามาพักที่นี่เราจะได้ทานสลัดบ้านสวน

กับโรลขนมบังบ้านสวน

โดยเก็บผัดสดๆ ปลอดสารพิษ มาทำ

รอบหน้าอิ้มมาที่นี่แน่ๆ คอนเฟิร์ม

ตอนนี้มัลเบอร์รี่ยังไม่โตเท่าที่ควร

เลยได้ทานประมาณนี้ เก็บสดๆ จากต้นเลยค่ะ

 

5 (5)5 (6)5 (7)5 (8)

เสร็จจากบ้านพี่ไหม เราไปชมการทอหางอวนต่อค่ะ

เป็นกิจกรรมสำรวจชุมชนเป็นอย่างสุดท้าย

“หางอวน” หนึ่งเดียวในไทย!

ถักทอผลิตภัณฑ์ธรรมชาติจากวิถีประมง

“หางอวน” หรือยอดใบลานที่มีอยู่ในท้องถิ่น

มาทำเป็นเส้นตากแห้ง

และทอเพื่อใช้เป็นอุปรณ์ในการหาปลา

โดยใช้ติดที่ปลายอวน

แต่ปัจจุบันใช้เชือกไนลอนแทน

ทำให้หางอวนเริ่มถูกลืมเลือน

ชาวบ้านจึงรวมกลุ่มเป็น “กลุ่มทอหางอวนบ้านหน้าทับ”

จ.นครศรีธรรมราช นำมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งเดียวในไทย

จากนั้นเค้านำเส้นหางอวนมาทอคล้ายผ้าผืน

แล้วนำมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ชีวิตประจำวัน

อย่าง หมวก กระเป๋า พวงกุญแจ กล่องทิชชู

และกล่องใส่ของอเนกประสงค์ เป็นต้น

จากคุณสมบัติของเส้นหางอวนที่มีความแข็งแรง

คงทน เหนียว ไม่เปื่อยยุ่ยง่าย และไม่เป็นเชื้อรา

ทำให้ได้รับความนิยมของผู้คนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ที่สำคัญเค้าส่งไปหลากหลายที่นะคะ

สามารถซื้อกลับไปเป็นของฝากก็ดีไม่น้อยเลย

6 (1)6 (2)6 (3)6 (4)

เสร็จจากสำรวจ ชุมชน ก็เตรียมตัวเข้าที่พักค่ะ

6 (5)

โฮมสเตย์ของอิ้มในคืนนี้

เป็นบ้านเดี่ยวค่ะ ไม่ได้นอนรวมกับเจ้าของ

7 (1)

บ้านกว้างมากนอนหลายคนได้สบาย

สะอาด มีหมอน มุ้ง ทีวี ครบครัน

7 (2)

ยามค่ำคืนที่หน้าบ้านค่ะ

7 (3)

มื้อค่ำพูดเลยว่ายังมีความจุกอยู่มาก

อยากจะบอกพี่ทักษิณว่า ไม่กินได้ไหม

แต่พี่เค้าไม่ยอมท่าเดียว

บอกว่าเย็นนี้มีปูดำตัวใหญ่

มาผัดแบบโบราณให้กิน

อิ้มเลยบอกไปว่าตอนนี้อิ่มมากทำแค่อย่างเดียวก็พอ

แต่พี่เค้ากลัวไม่อิ่มเลยทอดปูนิ่มมาให้อีก

เพราะเค้ากลัวอิ้มไม่คุ้ม จริงๆ เกินคุ้มละค่ะ

8 (1)

ปูดำตัวใหญ่ ผัดแบบโบราณ

พี่ทักษิณบอกว่าใส่เพียงน้ำปลา น้ำตาล และต้นหอม

ผัดง่ายๆ แบบโบราณ ตามที่พ่อกับแม่ทำให้ทานตั้งแต่ยังเด็ก

การปรุงง่ายๆ ที่กลมกล่อม บวกกับปูดำสดๆ

หาทานที่อื่นไม่ได้จริงๆ

ทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ ผลลัพท์คืออร่อยมาก

8 (3)

ปูนิ่มอิ่มเต็มท้อง

ตอนแรกจะออกไปทานเบอร์เกอร์ปูด้านนอกและโรตี

จบตำนานไปค่ะ ท้องไม่ได้ไปต่อ

อิ่มแทบคลาน

8 (2)

กลับไปก็รีบนอนทันทีเพราะตอนเช้า

พี่ทักษิณนัดเราไว้ตอนตีห้า

เพื่อไปดูพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า

ตื่นขึ้นมาด้วยความสลึมสะลือ

แล้วก็ไปลงเรือของชาวประมงลำนี้ค่ะ

9 (1)

แอบเห็นว่าพี่ทักษิณเอาเตา

และหอบของมาพะรุงพะรังอิ้มก็ไม่ได้มองว่ามีอะไรบ้าง

นาทีนั้นอึนจริงๆ

และเรือก็กำลังจะพาเราออกทะเลค่ะ

ระหว่างทางจะเป็นป่าโกงกางทั้งสองด้าน

สถานที่จริงสวยมากนะคะ

ถ่ายรูปมาสวยไม่ได้ครึ่งกับของจริงเลย

9 (2)

พอพ้นจากปากทางป่าชายเลน

นี่คือภาพที่เห็นค่ะ

10 (1)10 (2)

ตาสว่างขึ้นทันที รอบตัวเงียบสงบ มองไปรอบๆ

ก็เห็นวิถีชาวประมง ที่ออกหาทำกินในช่วงเช้า

เป็นวิถีสบายๆ ไม่รีบร้อน มีทะเลกับท้องฟ้าเป็นเพื่อน

แบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะคะ

1112 (1)12 (2)12 (3)12 (4)13 (1)13 (2)13 (3)14

เช้าวันนี้ อิ้มมีโอกาสได้ดูพระอาทิตย์ขึ้นกลางทะเล

เปลี่ยนที่จิบกาแฟ จากโต๊ะทำงาน มาเป็นกลางทะเล

สวยมากจริงๆ มีความสุขมากค่ะ

เป็นเช้าวันใหม่ ที่เริ่มต้นได้อย่างสดใส

พี่ทักษิณจะเตรียมอาหารเช้าให้ค่ะ

อาหารเช้ามีหลายอย่าง

ทั้งข้าวเหนียวไก่ทอด

ข้าวเหนียวสังขยา

ข้าวหน้ามะพร้าว

และที่ต้องลองเลยคือข้าวมันแกง

มีทั้งแกงกุ้ง แกงเนื้อ แกงปลา

อิ่มอร่อยไม่อั้น

 ปล.ขยะทุกอย่างเก็บรวมใส่ถุงไว้ไปทิ้งถังขยะบนฝั่งนะคะ

15

17

หลังจากชมพระอาทิตย์ขึ้น

พี่ทักษิณก็ถามว่าอยากกินหอยนางรมย่างไหม

อิ้มรีบพยักหน้า ตอบรับ

ไม่นานพี่ทักษิณก็จัดให้

โดยการไปเก็บมาสดๆ ย่างกันสดๆ บนเรือน้อยลำนี้

ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและฤดูด้วยนะคะ ;D

16 (1)16 (2)

โอเคค่า อิ่มท้องกันแล้วเดินทางต่อ

เพราะถ้าสายกว่านี้แดดจะร้อนเกินไป

กิจกรรมไปนั่นคือสปาโคลน

หนึ่งไฮไลต์เด็ดของการมาที่นี่ค่ะ

18 (1)18 (2)

เรือจอดอยู่กลางทะเล

และเป็นช่วงเวลาที่น้ำลง เราจึงยืนได้ไม่ลึกค่ะ

18 (3)

เริ่มแล้วก็โดดลงไปเล้ยยย

19 (1)19 (2)19 (3)19 (4)

จุดเริ่มต้นของการมีกิจกรรมทำสปาโคลนก็คือ

สมัยเด็กๆ พี่ทักษิณมาเล่นบ่อยๆ

และโคลนที่นี่ไม่เคยทำให้แพ้หรือมีอาการใดๆ

จนวันนึงมีกลุ่มนักวิจัยมาเที่ยวที่นี่

พอเห็นโคลน จึงสนใจ และนำไปวิจัย

ปรากฏว่า โคลนที่นี่เป็นโคลนดี บริสุทธิ์ ไม่มีอันตราย

มีประโยชน์กับผิวและมีคุณสมบัติหลากหลาย

พี่ทักษิณจึงนำมาต่อยยอด

โคลนที่พี่ทักษิณจะเก็บไปทำสปาโคลน

จะเป็นโคลนที่อยู่ลึกลงไปอีกประมาณศอก

โคลนที่นี่ไม่มีกลิ่นนะคะ

ไม่ต้องกังวล

สีโคลนก็ต่างจากโคลนทั่วไปมาก

ออกเป็นสีเทาเนียนๆ

ลักษณะมันจะนิ่มๆ เหมือนดินน้ำมันเหลวๆ

เนื้อละเอียดมากกกก

เค้าให้พอกไว้ประมาณ 15 นาทีจะทำให้รู้สึกตึงๆ ที่ผิว

เมื่อล้างแล้วผิวจะเนียนขึ้น

 โคลนที่นี่สามารถนำมาสระผมได้ด้วย

ช่วยลดรังแค

หลังจากนั้นพี่ทักษิณจึงนำโคลนที่นี่มาแปรรูป

เป็นโคลนพอกหน้า โฟมล้างหน้า สบู่ทาผิว

บางคนติดใจก็ซื้อกลับกันมากมาย

และตอนนี้ก็เริ่มเป็นที่นิยมแล้วด้วยค่ะ

19 (5)

คุณบรีสติดใจ ละเลงทั้งตัว

19 (6)

ของอิ้มพอกหน้าเบาๆ พอกรุบกริบ

จริงๆ อยากพอกทั้งตัวนะคะ

แต่ติดที่เอากล้องไปด้วย

รอบหน้าเดี๋ยวจะไปแก้ตัว

19 (7)

กิจกรรมต่อมาเรามุ่งหน้าไปปลูกป่าชายเลนกันค่ะ

คนน้ำหนักตัวเยอะอย่างเราสองคนจะทุลักทุเลหน่อย

เพราะโคลนจะดูดยวบยาบ

อิ้มเลยส่งพระเอกไป 5555

20 (1)

เย้ๆๆๆ พี่บรีสทำสำเร็จแย้วว

20 (2)

จากนั้นก็เดินทางกลับกันค่ะ

ระหว่างทางก็เห็นชาวบ้าน

กำลังง่วนกับการทำงาน

เป็นวิถีชีวิตที่เราไม่ค่อยได้พบเห็น

21 (1)21 (2)21 (3)21 (4)

มาถึงแล้วเดี๋ยวขอตัวไปอาบน้ำเตรียมตัวเดินทางกลับค่ะ

22

อันนี้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากโคลนธรรมชาติ

แพ็คเกจสวยงาม

23

ก่อนเดินทางกลับพี่ทักษิณก็อำลาเราด้วยอาหารมื้อนี้ค่ะ

24 (1)

ปูม้านึ่ง กุ้ง และแกงส้มปลาดุกทะเล

24 (2)

กั้งตัวใหญ่มากกกกกกก ฟินนนน

24 (3)

จากการมาพักที่นี่สองคืนหนึ่งวัน

อิ้มดั้นด้นเดินทางมาจากกรุงเทพฯ

สำหรับอิ้มเองคือคุ้มค่ามาก

เป็นประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ดีเยี่ยม หาที่ไหนไม่ได้

หลากหลายกิจกรรมทำให้อิ้มประทับใจ

ไม่ว่าจะเป็นชมพระอาทิตย์ยามเช้ากลางทะเล

สปาโคลน ปลูกป่า ทุกอย่างเป็นสิ่งที่อิ้มไม่เคยได้ทำ

ประทับใจมาก อิ้มโชคดีมากที่ได้มาเที่ยวที่นี่

และจะกลับมาอีกแน่นอน

ฝากสักนิดนะคะ

บ้านแหลม ยังใหม่เรื่องการท่องเที่ยวโดยชุมชน

อาจจะบกพร่องตกหล่นไปบ้าง

เพราะเค้าไม่ใช่โรงแรม

ที่ผ่านการอบรมหรือฝึกฝนมากมาย

โดยรวมเป็นชาวบ้าน

ซึ่งถ้ามีข้อบกพร่อง สามารถแจ้ง แนะนำชุมชนได้

ก่อนเข้าไปพัก

ควรที่จะมีการติดต่อชุมชนก่อน

ห้าม Walk In เพราะเค้าต้อง

ต้องดูเรื่องของความสามารถการรับนักท่องเที่ยว

ว่าช่วงนั้นชุมชน หรือคนในชุมชนสามารถรับนักท่องเที่ยวได้หรือไม่

หรือติดกรุ๊ปอะไรไหม

และจะได้จัดเตรียมในส่วนของอาหาร

ให้เพียงพอและพอดีกับผู้เข้าพัก

ควรแจ้งเรื่องการแพ้อาหาร

เพราะอาหารเกือบทั้งหมดที่ชุมชน จะเป็นอาหารทะเล

ต้องขออนุญาตก่อนทุกครั้ง

รวมไปถึงถ่ายรูปกับคนในท้องถิ่นด้วย

และการเคารพในสิทธิส่วนบุคคล

ควรให้เกียรติและไม่ทำการใดๆ โดยไม่ชอบ

ควรรักษาความสะอาด

รักชุมชนให้เหมือนเป็นบ้านของเราเอง

และนี่ก็คือความประทับใจของอิ้ม ลองมาสัมผัสดูนะคะ

การเดินทางของอิ้มในนครศรีธรรมราชยังไม่จบเพียงเท่านี้

ทริปนี้อิ้มจะพาทุกคนไปชมปลาโลมา

ที่ขนอมกัน รอติดตามชมนะคะ

ก่อนรีวิวนี้จะจบลง ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามจนมาถึงบรรทัดนี้ ขอบคุณทุกคอมเม้นต์ ขอบคุณทุกไลค์ ขอบคุณทุกแชร์ เป็นกำลังใจที่ดีในการทำรีวิวมากๆ ถ้าชอบก็ฝากกดไลค์กดแชร์ด้วยนะคะ อัพเดทเรื่องกิน เช็กอินเรื่องเที่ยว ได้ที่นี่ psstory เรื่องราวดีๆในการเดินทาง แล้วพบกันใหม่ในรีวิวหน้านะคะ สวัสดีค่ะ

6 thoughts on “กินปู ดูเล สปาโคลน เรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน @บ้านแหลมโฮมสเตย์ นครศรีธรรมราช

  1. ภูมิใจที่มีวิถีไทยในชุมชนให้ได้ดูบ้างและยังผู้นำพยายามเก็บรักษาไว้ น่าสนับสนุนค่ะ

    ถูกใจ

  2. ภูมิใจที่มีวิถีไทยในชุมชนให้ได้ดูบ้างและยังผู้นำพยายามเก็บรักษาไว้ น่าสนับสนุนค่ะ

    ถูกใจ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s