อุทัยธานี จากเมืองที่ไม่เคยไป แต่ทำไมฉันกลายเป็นคนที่นี่

อุทัยธานี 

เชื่อไหมคะว่า ถ้าย้อนไปเมื่อ 13 ปีที่แล้ว อิ้มไม่รู้จักจังหวัดนี้เลยสักนิด ไม่รู้เลยว่าตั้งอยู่ส่วนไหนของประเทศไทย

จนวันนึง ได้มารู้จักกับผู้ชายคนนึง เค้าเป็นคนจังหวัดอุทัยธานีแหละค่ะ เล่าไปก็แอบยิ้มไป เขิลทำไมเนี่ย 5555  ต่อๆๆ หลังจากนั้นเราคบกับเค้าก็พาอิ้มมาเที่ยวบ้านบ่อยๆ จนหลายปีเข้า อิ้มก็เริ่มหลงรักจังหวัดนี้จริงจัง อิ้มคิดว่าเมืองนี้เป็นต้นแบบของเมืองสโลวไลฟ์จริงๆนะ

เพราะที่นี่ไม่มีบิ๊กซี โลตัส หรือห้างสรรพสินค้าให้มาช็อปปิ้ง  ส่วนร้านอาหารฟาสฟู้ดก็จะมีแต่ เคเอฟซี ร้านเดียวเท่านั้น เพราะส่วนมากคนที่นี่ชอบกินก๋วยเตี๋ยวและอาหารง่ายๆ ค่ะ เพราะฉะนั้นเราจะเห็นร้านก๋วยเตี๋ยว กลายเป็นอาหารจานด่วน ซึ่งมีมากกว่าร้านขายข้าวแกงหรืออาหารตามสั่ง ที่สำคัญก๋วยเตี๋ยวที่นี่ราคาถูกมาก ราคาเริ่มต้น 20 บาท ไม่ใช่ถ้วยเล็กๆ นะคะ  จัดว่าอิ่มเลยแหละ

โดยรวมผู้คนที่นี่อาจจะหน้าตาดุดันไปบ้าง ลึกๆแล้วเค้าอารมณ์ดี แต่ติดที่พูดจาห้วนๆ หน่อย คนอุทัยพูดเสียงเน่อนะจ้ะ เป็นเสน่ห์น่ารักๆ พออิ้มมาสัมผัสจริงๆ คนที่นี่ใจดีมาก จริงใจ พูดจาตรงไปตรงมา

เรียกว่านับครั้งไม่ถ้วนดีกว่าที่อิ้มมาที่จังหวัดอุทัย จึงได้เห็น ได้อยู่ ได้เรียนรู้ ได้เที่ยว ได้กิน ครั้งนี้อิ้มเลยคิดว่าจะลองทำรีวิวให้อ่านกันดู แต่ไม่ใช่ในฐานะนักท่องเที่ยวนะคะ แต่ในฐานะของคนที่นี่ อยากให้ทุกคนมาสัมผัส แล้วคุณจะรักอุทัยธานีแน่นอน

ขอฝากบ้านหลังเล็กๆอีกหนึ่งหลังของอิ้มด้วยจ้า ขอคนละไลค์เบาๆ เน๊อะ

https://www.facebook.com/psstorytrip

0

สำหรับใครอยากดูเป็นคลิปสั้นๆ ก็มีนะคะ แต่เป็นคลิปรวบรวมสถานที่สำคัญในอำเภอเมืองอุทัยธานีเท่านั้น คลิปนี้เป็นคลิปที่หัดบินโดรนครั้งแรกอาจจะไม่สวยงามเท่าไหร่ขออภัยไว้ ณที่นี้ด้วยค่ะ

 

อุทัยธานี เมืองพระชนกจักรี ปลาแรดรสดี ประเพณีเทโว ส้มโอบ้านน้ำตก มรดกโลกห้วยขาแข้ง แหล่งต้นน้ำสะแกกรัง ตลาดนัดดังโคกระบือ

เริ่มด้วยคำขวัญจังหวัด เกร๋ๆ กล่าวนำกันก่อน จังหวัดอุทัยธานี เป็นจังหวัดที่มีขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่มาก แต่คุณภาพในจังหวัด อิ้มว่าเข้มข้นและคับแก้วมาก ทริปที่จะชวนมาเที่ยวในวันนี้เป็นทริปคร่าวๆ 2 วัน 1 คืน นะคะ เพราะสถานที่บางแห่ง เช่น แก่นมะกรูดก็เหมาะกับการมาเที่ยวบางฤดูเท่านั้น แต่ที่อิ้มนำมาให้ชมบอกเลยค่ะ ว่าเที่ยวได้ทุกฤดู

อย่างจุดแรกที่จะพามาชมก็คือ วัดท่าซุง

แนะนำให้ออกจากรุงเทพเช้าหน่อยนะคะ จะได้มาถึงพอดี

วัดท่าซุง หรือ วัดจันทราราม เป็นวัดที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากในจังหวัดอุทัยธานี เพราะว่านับวันยิ่งสวยงามขึ้น ภายในมีทั้งมหาวิหารแก้วที่ยาวกว่า 100 เมตรและปราสาททองอันสวยงาม แต่ยังมีการบูรณะใหม่ขึ้นอีกเรื่อยๆ อีกที่สำคัญยังเคยเป็นที่จำพรรษาของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ ที่นี่เปิดให้สำหรับผู้ที่สนใจมาปฎิบัติธรรมก็มาได้เช่นกัน

สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม

http://www.watthasung.com/home.php

หากมาเที่ยวอุทัยธานีแล้วไม่ได้มาวัดนี้ก็เหมือนมาไม่ถึงจังหวัดอุทัยธานีนะคะ เพราะฉะนั้นห้ามพลาดเลย

ถ้าเดินทางมาจากกรุงเทพฯ เช้า ควรจะแวะวัดท่าซุงก่อนเพราะว่าถ้ามาสายอาจจะไม่ทันได้เข้าไปวิหารแก้วค่ะ

วิหารแก้วจะเปิดให้เข้าชมเป็นเวลานะคะ

ตั้งแต่เวลา 9.00-11.45 น .และ 14.00-16.00 น

1 (1)

เข้ามาด้านในกันค่ะ

1 (2)

หลังการมรณภาพ ของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ สังขารร่างกายของท่าไม่เน่าเปื่อยอย่างศพของคนทั่วไป จึงได้มีการเก็บรักษาบรรจุไว้ในโลงแก้วบนบุษบกทองคำที่ประดับด้วยอัญมณี ไว้ที่วัดท่าซุงแห่งนี้จนถึงปัจจุบัน

1 (3)1 (4)1 (5)

ภายในสร้างด้วยโมเสกสีขาวใสดูเหมือนแก้ววาววับ นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปจำลองพระพุทธชินราชซึ่งเป็นพระประทานในวิหาร อีกด้วย

1 (6)1 (7)1 (8)

จริงด้านนอกจะมี ปราสาททองคำ ด้วยค่ะ

แต่วันที่อิ้มไปล่าสุดมีการปิดปรับปรุง เลยไม่ได้ถ่ายภาพมาให้ชม

ส่วนภาพด้านล่างเป็นส่วนที่สร้างขึ้นใหม่ ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าด้านในจะเป็นอย่างไร แต่มองด้านนอกก็สวยงามมาก

1 (9)

สักการะสิ่งศักดิ์ไปแล้ว ใส่เกียร์เดินหน้าเข้ามาในตัวเมืองกันเลยจ้า แน่นอนกองทัพต้องเดินด้วยท้องใช่มะ

ร้านอาหารที่อิ้มนำมาใส่ในรีวิวจะเป็นร้านอาหารจานเดียวง่ายๆ นะคะ

จริงๆ พลาดหลายร้านนะ 5555

ร้านแรก ข้าวมันไก่โกตี๋ 

ถามว่าอร่อยไหม รสชาติพอใช้ค่ะ แต่ทีเด็ดเค้าอยู่ที่น้ำจิ้มเพราะฝั่งนึงเป็น ซีฟู้ด ฝั่งนึงเป็นน้ำจิ้มเต้าเจี้ยวปกติ

เป็นอีกร้านนึงที่คนส่วนมากมาแล้วนิยมทานค่ะ

2 (1)2 (2)

มาต่อกันที่อีกร้านนะคะ ร้านนี้อยู่ในตรอกโรงยา ตรอกโรงยาคืออะไร เดี๋ยวค่อยมาอธิบายนะ ในตรอกโรงยาจะมีร้านก๋วยเตี๋ยวเล็กๆ ชื่อร้านเจ้โหนกค่ะ

ก๋วยเตี๋ยวของเจ้โหนกจะเป็นก๋วยเตี๋ยวไก่ตุ๋นนะคะ ทีเด็ดของเจ้โหนก เจ้โหนกจะใช้ไก่ตุ๋นสูตรโบราณ ที่สืบทอดมาจากรุ่นแม่ ซึ่งนำสะโพก อก และปีกไก่ มาสับ และนำไปตุ๋นกับเครื่องสมุนไพร เช่น พริก กระเทียม ใส่น้ำตาล น้ำปลา ฯลฯ โดยตุ๋นไว้ประมาณ 45 นาที ก็จะได้ไก่ตุ๋นที่รสชาติเข้มข้น เนื้อนุ่มและร่อนออกจากกระดูก ทำให้ที่เวลากินนี่แทบไม่ต้องเคี้ยวเลยจ้า ไก่นุ่มมาก น้ำซุปหอม กลมกล่อมเข้มข้น

3 (1)

นอกจากก๋วยเตี๋ยวไก่ตุ๋นแล้ว ทางร้านก็ยังมีก๋วยเตี๋ยวหมูเด้ง ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นหมู และก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น หมูเด้งลวกจิ้ม ให้สั่งกินเพิ่มได้อีกด้วย ร้านนี้ที่นั่งค่อนข้างน้อย ถ้ามาเร็วได้จะโอเคมากๆ

3 (2)

พาไปชิมกันต่อค่ะ ต่อมาคือ ร้านป้าจวบ ร้านนี้อาจจะยังไม่ค่อยเห็นในรีวิวนัก เพราะร้านป้าจวบเป็นร้านดั้งเดิมมากๆส่วนใหญ่จะรู้จักเพราะเป็นร้านท้องถิ่น ก๋วยเตี๋ยวป้าจวบ เป็นก๋วยเตี๋ยวสูตรดั้งเดิมของอุทัยโดยแท้จริง ร้านป้าจวบตั้งอยู่ด้านหน้าโรงรับจำนำ

ก๋วยเตี๋ยวป้าจวบ น้ำซุปที่กลมกล่อมหอมมาก เห็นน้ำใสๆ แต่รสชาติดีสุดๆ มีทั้งหมูและเนื้อ แนะนำเส้นหมี่เนื้อน้ำใส นะคะ เพราะทีเด็ดจะอยู่ที่พริกดอง สีแดงๆ นั่นแหละ ใส่เยอะรสชาติจะเข้มข้นขึ้นมีทั้งความเปรี้ยวและเผ็ด อร่อยลงตัวมาก เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของก๋วยเตี๋ยวเมืองอุทัยธานี เท่านั้นหากินที่อื่นไม่ได้เลย สนนราคาอยู่ที่ชามละ 25 บาท บอกเลยป้าจวบให้เยอะมาก แต่ด้วยความอร่อย 2 ถ้วยนี่กำลังฟิน

6 (1)6 (2)

จบจากป้าจวบ ไปต่อกันที่ ก๋วยเตี๋ยวร้านป้าปุ๊ย ร้านป้าปุ๊ยก็เป็นอีกร้านที่พีคมาก บางคนยอมอดข้าวจาก กทม ไปเพื่อจะได้กิน ก๋วยเต๊่ยวป้าปุ๊ย มีหลากหลายอย่าง ไม่ว่าจะน้ำตก ต้มยำ เย็นตาโฟ น้ำใส แบบแห้ง และแบบน้ำ ป้าปุ๊ยมีหมด แต่อาจจะรอนานหน่อยนะจ้ะ สนนราคา ถ้วยละ 20 บาทเท่านั้น

แต่แอบกระซิบว่ามาร้านป้าปุ๊ย ใจต้องนิ่ง ห้ามเรื่องมาก กินสองถ้วยอย่าจ่ายแบงค์พัน ไม่งั้นป้าปุ๊ยสวดยับแน่ คนอุทัยรู้กันดี 5555

7 (1)7 (2)

เย็นตาโฟ 20 บาท เครื่องแน่นมากค่ะคุ๊ณ

7 (3)

พักเรื่องหนักๆ อุ๊ย อาหารมื้อหนักๆ มาทานของหวานที่ร้านกาแฟจงรักกันค่ะ

ร้านกาแฟบ้านจงรัก  เป็นอีกร้านที่น่าแวะ ภายในร้านเต็มไปด้วยของเก่า ชั้นหนึ่งเป็นร้านกาแฟและขายของที่ระลึก ส่วนชั้นสองจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ตั้งแต่สมัยรุ่นพ่อแม่ที่ปัจจุบันหาดูได้ยาก เช่น เครื่องเล่นแผ่นเสียง จานชาม กล้องและคอมพิวเตอร์รุ่นเก่า รวมถึงภาพถ่ายที่บอกเล่าเรื่องราวในวันวาน ใครที่ชอบของเก่าก็ลองแวะเข้ามาชมและแวะมาชิมกาแฟอร่อยๆกันนะคะ

8 (1)

มีโปสการ์ดสวยๆ จำหน่ายด้วยนะคะ

8 (2)8 (3)8 (4)

นอกจากเครื่องดื่ม ยังมีขนมอร่อยๆ ให้ทานด้วย ราคาไม่แพงนะคะ ชิลกับบรรยากาศได้เต็มที่

8 (5)

8 (8)

8 (7)

จริงๆ ในอุทัยก็มีที่พักหลากหลายสไตล์นะคะ แต่ที่เห็นส่วนมากจะเป็นโฮมสเตย์ ที่นี่ก็เป็นอีกที่นึงนะคะ ใครสนใจลอง Like Page ดูนะ

8 (6)

ส่วนมากในตัวเมืองอุทัย ก็จะมีบ้านช่องแบบโบราณ ตึกเก่าแบบสมัยก่อน คลาสิกมาก

9

อยู่ในตัวเมืองค่อนข้างจะหนำใจแล้ว จริงๆ ต้องพูดว่ากินจนหนำใจแล้ว ต่างหาก 5555

จากตัวเมืองเรามุ่งหน้าไปสู่ อำเภอบ้านไร่กัน ขับรถออกจากตัวเมืองประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ระยะทางประมาณ 90 กิโลเมตร

10 (1)

แล้วก็มาถึงจุดหมายค่ะ วัดถ้ำเขาวง  Unseen in Thailand อีกหนึ่งที่ สถานที่จริงสวยงามมาก เป็นวัดสวยท่ามกลางขุนเขาโอบล้อม

ถ้ามาแล้วแนะนำให้ขึ้นมาถึงชั้นบนสุดนะคะ ด้านบนจะเป็นอุโบสถ ก็สามารถเห็นวิวสวยๆ

แต่ความ Unseen ยังไม่จบแค่ตัววัดที่สวยงามเพียงเท่านี้ หลังวัดจะมีบันไดให้เราเดินขึ้นไปด้านบนเพื่อไปชมถ้ำต่างๆ ได้อีก ถ้ำที่อยู่หลังวัดจะเป็นถ้ำที่พุทธศาสนิกชนหลายๆ คนมาเพื่อปฏิบัติธรรม ทำสมาธิ ได้อย่างสงบท่ามกลางธรรมชาตินั่นเองค่ะ

10 (2)

ต่อมาหาที่พักกันเลยค่ะ อยู่บ้านไร่ ต้องมาพักที่นี่เลย avatarn miracles hotel

จริงๆ อิ้มว่าโรงแรมนี้สวยมากนะคะ ดีไซน์ดิบๆ ฮิบๆ หลายคนยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอุทัยธานีมีโรงแรมสวยๆ แบบนี้ด้วย

11 (1)

เดินถัดจาก Lobby เราจะผ่านสปาค่ะ  สปาที่นี่ก็ค่อนข้างมีชื่อเสียงเลยทีเดียว

11 (9)

เดินผ่านมาตรงจุดที่สวยงามสุดๆ ของที่นี่ นั่นก็คือสระว่ายน้ำ สระว่ายน้ำที่นี่จัดว่าสวยมาก ถ้าช่วงฤดูหนาวหรือฤดูฝน เราจะเห็นหมอกลอยพัดผ่าน เหมือนว่ายน้ำกลางขุนเขาและสายหมอกยังไงอย่างงั้น

11 (2)11 (3)11 (4)

11 (10)สระว่ายน้ำที่นี่ ไม่ต้องใส่ชุดว่ายน้ำก็เล่นได้นะคะ

11 (11)

เสียดายเก้าอี้ในน้ำชำรุดไปหน่อย ไม่งั้นจะดูสวยงามกว่านี้

11 (12)

มาดูภายในห้องพักกันค่ะ ตอนนี้เปิดบริการ 2 Room type ด้วยกันจะมีชั้นบนและล่าง ส่วนตัววิลล่าปิดปรับปรุงอยู่

11 (6)

ภายในตกแต่งคล้ายๆ ถ้ำ ตกแต่งด้วยปูนเปลือย ขนาดหน้าร้อนเดินเข้ามายังรู้สึกเย็นจับใจ ด้านผนังมีการจำลองสัญลักษณ์ภาพเขียนสีบนผนังเพิงหินที่จำลองมาจาก ถ้ำประทุน เขาปลาร้า หนึ่งใน Unseen ของจังหวัดอุทัยธานีด้วยนะคะ

11 (7)11 (8)

ด้านนอกมีชุดเก้าอี้ไว้นั่งชิลๆ อีกด้วย อิ้มกะว่าจะมาที่นี่ใหม่ในช่วงฤดุฝนนี้ค่ะ ท่าทางจะฟินมาก

11 (5)

ที่นี่มีจักรยานให้บริการฟรีนะคะ ปั่นวนๆ รอบโรงแรมได้

11 (13)

มื้อเย็นเราทานอาหารกันในโรงแรมค่ะ ก็จะมีอาหารหลากหลายประเภท อิ้มก็เลือกทานอาหารง่ายๆ  ตามนี้

เห็ดหอมผัดน้ำมันหอย

12 (1)

ต้มข่าไก่

12 (2)

ลาบทอด

12 (3)

พักผ่อนกันสัก 1 คืน เช้าเราออกเดินทางไปสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ต่อ จริงๆ ถ้ามาในช่วงฤดูหนาว มกราคม- มีนาคม อิ้มแนะนำให้แวะไปเที่ยวต่อที่แก่นมะกรูด ขับรถต่อจากบ้านไร่ไปอีกนิดเดียวเองค่ะ ช่วงฤดุหนาวอากาศดีมาก มีดอกไม้สวยๆ และมีสตอรเบอรี่ให้ทานด้วย แต่พอช่วงมีนาอากาสเริ่มร้อนๆ อิ้มจึงเปลี่ยนเป้าหมายพาไปน้ำตกดีกว่าค่ะ 12 (4)

วันนี้เหมือนฟ้าฝนจะไม่ค่อยเป็นใจเท่าไหร่ ระหว่างทางเจอธรรมชาติและบรรยากาศสวยๆ อิ้มรีบบอกให้คนข้างๆ จอดรถ แล้วออกไปสูดอากาศ สดชื่นๆ ให้เต็มปอด

หลงรักอุทัยก็ตรงนี้ เงียบสงบและยังมีธรรมชาติที่สมบูรณ์

ต้นไม้บางส่วนก็เริ่มๆ ทะยอยแห้งแล้วค่ะ ตามฤดูกาล

13 (1)

ถึงแล้วค่ะ จุดหมายของเรา น้ำตกไซเบอร์ หรือน้ำตกหินลาด

ช่วงหน้าฝนรถจะเข้าไม่ได้่เลยนะคะ เพราะทางค่อนข้างอันตราย ต้องใช้รถกระบะที่มีกำลังขับเคลื่อนดีหรือรถขับเคลื่อนสี่ล้อ เท่านั้น

วันที่อิ้มไปน้ำมีอยู่นิดๆ พอเป็นกระสัย

13 (2)13 (3)13 (4)13 (5)

จากน้ำตกไซเบอร์ อิ้มก็มุ่งหน้าต่อมาที่ เขื่อนทับเสลา

หากใครต้องการที่พักผ่อนหย่อนใจ ใกล้แหล่งน้ำ หลบร้อน หนีรัก หนีเจ้านาย หนีงาน  หนีหนี้ และสารพัดหลบความวุ่นวายที่มากระทบกระเทือนหัวใจ ลองแวะมาพักผ่อนที่นี่นะคะ เขื่อนทับเสลา มีทิวทัศน์สวยงาม มีภูเขาสลับซับซ้อนเป็นฉากหลัง

จริงๆ แล้ว ที่เขื่อนทับเสลา เป็นจุดที่ชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและตกดินได้อย่างสวยงามมากอีกจุดหนึ่ง

ที่นี่มีบ้านพักสวัสดิการเป็นหลังๆ อยู่ติดริมน้ำด้วยนะคะ ราคาหลังละ 1000 บาท เหมาะสำหรับมาเป็นครอบครัวและหมู่คณะ บ้านพักแต่ละหลังจะมีระเบียงชมวิวทิวทัศน์สวยๆของอ่างเก็บน้ำทับเสลาด้วย
สามารถสอบถามได้ที่
เบอร์.056-579099 , 087-2014894 (คุณนิพล)

14 (1)14 (2)

เค้าว่าช่วงหน้าหนาวที่นี่จะยิ่งสวยงามเป็นพิเศษ มีโอกาสอิ้มต้องมาแก้ตัวอีกครั้งค่ะ

14 (3)14 (4)

จากเขื่อนทับเสลาอิ้มเดินทางต่อไปที่ห้วยขาแข้ง อีกหนึ่งความภูมิใจของคนอุทัยธานี

สำหรับคนที่รักการท่องเที่ยวภายในป่า จะต้องรู้จักห้วยขาแข้ง และมากไปกว่านั้นจะต้องรู้จัก สืบ นาคะเสถียร ผู้พิทักษ์ผืนป่าและสัตว์ป่าห้วยขาแข้งผู้จากไปอย่างไม่มีวันกลับ

 กว่าจะมาเป็นห้วยขาแข้ง

สืบ นาคะเสถียร พบปัญหามากมายในห้วยขาแข้ง เช่น ปัญหาการตัดไม้ทำลายป่า การล่าสัตว์ของผู้มีอิทธิพล เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าถูกยิงเสียชีวิต ปัญหาความยากจนของ ของชาวบ้านรอบป่า ที่สำคัญคือปัญหาเหล่านี้ไม่เคยได้รับความสนใจจากผู้ใหญ่เลย

สืบ นาคะเสถียร จึงทุ่มเทเขียนรายงานนำเสนอยูเนสโก (UNESCO) เพื่อพิจารณาให้และห้วยขาแข้งเป็นพื้นที่มรดกโลก อันเป็นสิ่งค้ำประกันให้พื้นที่แห่งนี้ได้รับการคุ้มครองเต็มที่
เช้ามืดวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2533 สืบ นาคะเสถียร ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองลง สืบได้สั่งเสียลูกน้องคนสนิทและเขียนจดหมายสั่งเสีย 6 ฉบับ ชำระสะสางภาระรับผิดชอบ และทรัพย์สินส่วนตัวที่คั่งค้าง รวมถึงมอบหมาย เครื่องใช้ และอุปกรณ์ในการศึกษาวิจัยด้านสัตว์ป่า ให้สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ เพื่อนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว ตั้งศาลเพื่อแสดงความคารวะต่อดวงวิญญาณของเจ้าหน้าที่ ซึ่งพลีชีพรักษาป่าห้วยขาแข้ง แล้วสวดมนต์ไหว้พระจนจิตใจสงบ เสียงปืนดังขึ้นนัดหนึ่งในราวป่าลึก ที่ห้วยขาแข้ง สืบ นาคะเสถียร ได้จบชีวิตของเขาลง และเป็นจุดเริ่มต้นของ “ตำนานนักอนุรักษ์ไทย สืบ นาคะเสถียร ผู้ที่รักป่าไม้ สัตว์ป่าและธรรมชาติ ด้วยกายและใจ”

จนวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2534 เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ก็ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ โดยองค์การยูเนสโก

15 (1)

สิ่งที่ สืบ นาคะเสถียร ได้ทำไว้ยิ่งใหญ่นัก อิ้มว่าเราคนรุ่นหลังควรทำ คือ ต้องช่วยกันรักษาป่า สิ่งแวดล้อม และปลุกจิตสำนึกที่ดีให้ลูกหลานสืบต่อไป มันเป็นการเสียสละที่มีค่าจริงๆ 

หลายคนมาเที่ยวอุทัยแต่ไม่มาห้วยขาแข้ง ก็เหมือนมาไม่ถึงอุทัยเช่นกัน บางคนอาจจะบอกว่าชั้นไม่ได้ชอบเที่ยว แบบนี้ สไตล์นี้ ชั้นไม่จำเป็นต้องมาก็ได้ เชื่อไหมว่า อิ้มก็เคยคิดแบบนั้น จนได้มาสัมผัสเอง รู้ว่าตัวเองคิดผิดมาตลอด คุณรู้ไหมว่า ห้วยขาแข้งเป็นผืนป่าที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  และนอกจากผืนป่าที่มีคุณค่าแล้ว หวยขาแข้ง ยังมีความหลากหลายทางชีวภาพของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ที่นี่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยสำคัญของสัตว์ป่าหายากหลายชนิด บางชนิดอยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์ เช่น สมเสร็จ, เก้งหม้อ, เลียงผา, กระทิง, วัวแดง, ควายป่า ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่ทางธรรมชาติแห่งสุดท้ายแล้วในประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นแหล่งอาศัยของเสือโคร่งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย น่าภูมิใจแทนคนไทยเรานะคะ ที่มีผืนป่าเป็นมรดกโลกแบบนี้ให้ช่วยกันรักษา

15 (2)

ฟังประวัติคร่าวๆ แล้วเดินสำรวจเข้ามาเรื่อยๆ ภายในจะเป็นบ้านพักของ สืบ นาคะเสถียร

15 (3)

ภายในห้องพัก ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ  ยังคงอยู่

15 (4)

มองจากบ้าน สืบ นาคะสเถียร ออกไปจะเป็นธารน้ำตกเล็กๆ เป็นภาพที่สวยงามมาก

15 (5)

ปัจจุบัน มีพื้นที่จัดการเพื่อแหล่งศึกษาธรรมชาติ เปิดโอกาสให้ประชาชน ได้เข้าใช้ประโยชน์เพื่อการศึกษาธรรมชาติ สังเกตพฤติกรรมของสัตว์ป่า ศึกษาป่าไม้และพันธุ์พืชของเขตร้อน ชมน้ำตกและทิวทัศน์อื่นๆ ที่ก่อให้เกิดความรู้ทางด้านธรรมชาติวิทยา นิเวศวิทยา แต่ต้องได้รับอนุญาตจากผู้อำนวยการกองอนุรักษ์สัตว์ป่าก่อนทุกครั้ง

พื้นที่ที่กำหนดให้ท่องเที่ยวได้ จะอยู่บริเวณตอนบนสุดของเขตฯ ห้วยขาแข้ง เช่น อนุสรณ์สถานสืบนาคะเสถียร เส้นทางศึกษาธรรมชาติเขาหินแดง และศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษาห้วยแม่ดี ส่วนบางท่านที่อยากจะชมมากกว่า หรือจะมาส่องสัตว์ในช่วงกลางคืน สามารถติดต่อกับทางเจ้าหน้าที่โดยตรงได้เลยนะคะ

15 (6)15 (7)

ขากลับระหว่างทาง เราก็เจอ ฝูงกวาง กำลังกินหญ้า

15 (8)

จริงๆ การมาเที่ยว 2วัน 1 คืน แทบไม่พอจริงๆ สำหรับอุทัยธานี

15 (9)

โอเคค่า ทำหัวใจให้ปลอดโปร่ง แล้วมาเที่ยวกันต่อ สถานีต่อไป หุบป่าตาด ค่ะ

หุบป่าตาด ป่าดงดิบดึกดําบรรพ์ ดินแดนที่ได้ชื่อว่าเป็นจูราสิกพาร์ค เมืองไทย ส่วนใครเคยดูหนังเรื่อง เจ้าแม่นาคี คงจะต้องคุ้นกับ Location ที่นี่มาก เพราะเค้ามาถ่ายทำที่หุบป่าตาดแห่งนี้ ในส่วนที่เป็นถ้ำเจ้าแม่นาคีนั่นเองจ้า

16 (1)

อีกสถานที่ที่เป็น Unseen Thailand ของจังหวัดอุทัยธานีค่ะ

16 (12)

เส้นทางไปยังหุบป่าตาดนักท่องเที่ยวจะต้องใช้แสงจากไฟฉาย ซึ่งสำหรับใครที่ไม่ได้เตรียมไฟฉายมา ด้านล่างที่จุดบริการนักท่องเที่ยวจะมีไฟฉายให้ยืมค่ะ จากนั้นเดินฝ่าความมืดเข้าไปภายในถ้ำหินย้อย เพื่อมุ่งไปสู่ปลายทางแสงสว่างที่ส่องมาจากปากถ้ำอีกฝั่ง ขณะเดินลอดอุโมงค์ถ้ำให้ความรู้สึกเหมือนกำลังข้ามกาลเวลาไปสู่ยุคไดโนเสาร์ยังไงยังงั้น

16 (3)16 (4)

ภายในถ้ำมืดสนิทรู้สึกเหมือนกำลังผจญภัยอะไรสักอย่าง น่าตื่นเต้นและน่าสนุกดีค่ะ

16 (5)

จริงๆ อิ้มมาที่นี่เป็นครั้งที่ 2 แล้วนะคะ ตอนแรกที่มาเค้าไม่มีไฟฉายให้ เอามือถือตัวเองส่องไฟมา 5555 ทางเดินที่เป็นถ้ำไม่ยาวมากค่ะ

16 (6)

ออกมาเราก็จะเจอวิวแบบนี้

16 (7)

จากนั้นเดินลงด้านล่างต่อ เราจะพบกับป่าดงดิบขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยต้นตาดมากมายซ่อนตัวอยู่ (ต้นตาดคือต้นไม้โบราณสายพันธุ์เดียวกับปาล์ม) และยังพบพันธุ์ไม้หายากอีกหลายชนิด เช่น ยมหิน ต้นกระพง และต้นไทรรูปทรงแปลกตา หากใครอยากทราบว่าต้นไม้แต่ละต้นเป็นอย่างไร ก็จะมีป้ายอธิบายรายละเอียดต่างๆ ไว้ให้ศึกษา

16 (8)

เดินเข้ามาอีกนิด จะมีถ้ำหินงอกหินย้อย สวยงามมาก

16 (9)16 (10)

ตลอดทางเดินศึกษาธรรมชาติแห่งนี้มีระยะทางราว 700 เมตร นอกจากพันธุ์ไม้แปลกตายังสามารถพบสัตว์ป่าหายากทั้งเต่าเทียนและกิ้งกือมังกรสีชมพู แต่วันที่อิ้มไปไม่เจอนะคะ แต่ภาวนาว่าอย่าเจอเลย อิ้มไม่ค่อยถูกชะตากับกิ้งกือสักเท่าไหร่

16 (11)

หุบป่าตาดจะปิดไม่ให้เข้าหลังเวลาประมาณ 16:00 น นะคะ

อีกสถานที่นึงที่น่าสนใจแต่อิ้มไม่ได้พาไปชมนั่นก็คือ เขาปลาร้า

ข้างบนยอดจะมีถ้ำ บนหน้าผาที่มีภาพเขียนสีบนผนังเพิงหินที่ ถ้ำประทุน ซึ้งถูกวาดขึ้น ในยุคกว่า 5,000 ปี ก่อนประวัติศาสตร์เลยทีเดียว เห็นว่าใช้เวลาในการเดินขึ้นลงประมาณ 3 ชั่วโมงเที่ยวละ 1.3 กิโลเมตร
เจ้าหน้าที่แนะนำว่าหากจะขึ้นต้องมาแต่เช้า และสุภาพสตรีที่เป็น ปจด ห้ามขึ้นเด็ดขาดค่ะ

ภาพเขียนสีบนผนังเพิงหิน ถูกจำลองมาไว้ด้านล่าง เห็นว่าขนาดจริงใหญ่กว่านี้ถึง 3 เท่าเชียวนะคะ

16 (2)

เสร็จแล้วอิ้มก็เตรียมตัวเดินทางกลับระหว่างออกหุบป่าตาดฟ้าสวย เลยขอถ่ายภาพสักหน่อย

17 (1)17 (2)

เป็นเส้นทางอีกเส้นซึ่งสวยมากๆ

17 (3)

ได้เวลาเดินทางกลับค่ะ อิ่มมุ่งหน้ากลับมาสู่อำเภอเมือง กองทัพต้องเดินด้วยท้องอีกแล้วเห็นมะ สถานีแรกที่แวะมาชิมก่อนจะเป็นร้านกาแฟค่ะ ชื่อร้านว่า I am Cafe

18 (1)

จริงๆ ภายในร้านบรรยากาศดีมากเลยค่ะ มีมุมถ่ายรูปเยอะ แต่วันที่อิ้มไปค่อนข้างรีบเลยเอาแต่เมนูขนมและเครื่องดื่มมาฝาก

18 (2)18 (3)

ทานขนมเสร็จแล้ว อิ้มก็มาไหว้สักการะ พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์ พระคู่บ้านคู่เมืองของชาวอุทัยธานี ที่วัดสังกัสรัตนคีรี (วัดเขาสะแกกรัง) ซึ่งประดิษฐานอยู่ในวิหารหลังใหม่ฝั่งตรงข้ามบันไดทางขึ้นยอดเขาสะแกกรัง

หากใครมองจากภาพนี้ อาจจะคุ้นตาอยู่ไม่มากก็น้อย เพราะเป็นวัดที่มีชื่อเสียง ในเรื่องประเพณีตักบาตรเทโว ที่จัดขึ้นในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี ถือเป็นประเพณีสำคัญของจังหวัดอุทัยธานี ในวันดังกล่าวจะมีพระสงฆ์กว่า 500 รูป เดินลงมาตามบันได 449 ขั้น จากมณฑปบนยอดเขาสะแกกรังสู่ลานวัดสังกัสรัตนคีรีเบื้องล่าง

ใครมีโอกาสมาเก็บภาพจะรู้บรรยากาศสวยงามขนาดไหน

ทางขึ้นสู่ยอดเขาสะแกกรังขึ้นไปได้สองทาง คือทางรถยนต์ และจากบริเวณลานวัดจะมีบันได 449 ขั้นตัดตรงขึ้น สู่ยอดเขาสะแกกรังถ้าไม่อยากเดินขึ้นบันไดก็สามารถใช้ทางรถก็ได้

DCIM100MEDIADJI_0029.JPG

จากบนยอดเขาสามารถมองเห็นทิวทัศน์เมืองอุทัยธานีได้กว้างขวาง มีจุดนั่งพักผ่อนชมวิวหลายจุดและมี ศาสนสถาน ที่ให้เข้าไปไหว้พระทำบุญหลายแห่ง ทั้งวิหารพระพุทธรูปสำคัญ วิหารพระบรมสารีริกธาตุ ศาลเจ้าจีน นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของมณฑปประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลองอีกด้วย ใครมาเที่ยวอุทัยอย่าลืมแวะไปนะคะ เป็นอีกหนึ่งสถานที่สำคัญของจังหวัดอุทัยธานีค่ะ

DCIM100MEDIADJI_0049.JPGDCIM100MEDIADJI_0051.JPG

จากวัดสังกัสรัตนคีรี อิ้มก็มามั่มก๋วยเตี๋ยวต่อ บอกแล้วว่าร้านอุทัยมีก๋วยเตี๋ยวเยอะจริงๆ อย่างร้านนี้มีชื่อว่า ก๋วยเตี๋ยวต้นยาง มีทั้งน้ำตก น้ำใส ต้มยำ และแนะนำให้ทานน้ำตกจะฟินมาก

20 (1)20 (2)

ต่อจากร้านก๋วยเตี๋ยวต้นยาง มาต่อกันที่ ร้านก๋วยเตี๋ยวเต็กเฮี๊ยะ อยุ่เลยเทศบาลไปนิดเดียว

20 (3)

แต่ร้านนี้ก๋วยเตี๋ยวจะถ้วยละ 40 นะคะ สไตล์คล้ายๆ ป้าจวบ แต่งานลูกชิ้นอลังการมาก จัดว่าเป็นก๋วยเตี๋ยวในตำนานของอุทัยอีกร้านนึงก็ว่าได้ อร่อยเข้มข้น น้ำขลุกขลิก เป็นก๋วยเตี๋ยวที่อร่อยมากๆ และหาทานได้เฉพาะที่อุทัยเท่านั้น บางคนยอมนั่งรถมาจากกรุงเทพเพื่อมากินก๋วยเตี๋ยวร้านนี้เลยนะ บอกเลยว่าไม่ธรรมดาจริงๆ

20 (4)

อิ่มท้องแล้วก็ไปเดินเล่นที่ ถนนคนเดินตรอกโรงยากันค่ะ

สมัยก่อน ตรอกโรงยา เป็นตรอกเล็กๆ แห่งหนึ่งในจังหวัดอุทัยธานีซึ่งมีชุมชนชาวจีนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และยังเป็นที่สูบฝิ่นอย่างถูกต้องตามกฎหมาย บภายในจึงคึกคักและเป็นแหล่งที่ผู้คนมาซื้อขายและสูบฝิ่นกันอย่างเสรี จนชาวบ้านพากันเรียกที่นี่ว่า “ตรอกโรงยา” แต่ช่วงหลังจอมพลสฤษดิ์ธนรัชต์ประกาศให้ฝิ่นเป็นสิ่งเสพติดผิดกฎหมายตรอกโรงยาจึงต้องปิดตัวลงไปโดยปริยาย ส่งผลให้บรรดาชาวจีนเหล่านั้นต้องจำใจทิ้งถิ่นฐาน เหลือไว้เพียงเศษซากความหลังและความเหงาที่ปกคลุมไปทั่วทั้งตรอกเล็กๆ แห่งนี้

ถึงแม้ทุกวันนี้ตรอกโรงยา จะไม่ได้รุ่งเรืองเหมือนในอดีต แต่กลิ่นอายของความเป็นชุมชนที่มีวิถีชีวิต วัฒนธรรมความเป็นอยู่และการค้า – ขายก็ยังคงหลงเหลืออยู่ ดังนั้นจังหวัดอุทัยธานีจึงได้รื้อฟื้นบรรยากาศย่านการค้าของ ตรอกโรงยา ขึ้นมาใหม่ ด้วยการเนรมิตให้เป็น ถนนคนเดิน ในทุกวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 16.00 – 20.30 น. เป็นตลาดเก่าที่มารีเมกใหม่ได้คึกคักมาก

21 (1)

Station แรก สายแข็งมักจะผ่านจุดนี้ไปไม่ได้ เพราะควันร้านนี้เตะจมุกเป็นต้องซื้อทุกราย

ร้านนี้คือร้าน หมูสะเต๊ะเจ้อ้อ

21 (2)

ถัดจากร้านเจ้อ้อก็เป้นร้านขายไข่ปลาหมึกทอด ฆ่าอิ้มให้ตายเลยได้ไหม 55555 แต่ละร้านน่ากินมากกก

21 (3)21 (4)

21 (10)

อีกร้านนึงที่น่าแวะก็คือร้าน ข้าวเกรียบปากหม้อค่ะ มีหลากหลายไส้ทีเดียว

21 (5)

จานนี้ 20 บาทค่ะ คละไส้ได้ ลูกใหญ่ แป้งนิ่ม นั่งทานที่ร้านได้เลย เค้ามีน้ำชาเสิร์ฟด้วย เข้ากั๊นเข้ากัน

21 (6)

21 (8)21 (9)21 (11)21 (12)

ต่อมาจะมีตลาดเก่าบ้านสะแกกรัง เป็นตลาดเก่าที่อยู่ริมน้ำ ชิลไม่แพ้กันค่ะ

21 (7)

เดินมาจนสุดถนน จะเป็นแม่น้ำสะแกกรัง

DCIM100MEDIADJI_0061.JPG

22 (1)

มองไปยังฝั่งตรงข้ามวัดโบสถ์ หรือ วัดอุโบสถาราม วัดโบสถ์ตั้งอยู่ริมน้ำสะแกกรังฝั่งเกาะเทโพ หากใครอยากทานปลาแม่น้ำอร่อยๆ ต้องมาที่เกาะเทโพค่ะ มีร้านอาหารติดแม่น้ำหลายร้านที่เน้นขายอาหารจำพวกปลาแม่น้ำ ซึ่งเป็นอาหารขึ้นชื่อของอุทัยธานี

DCIM100MEDIADJI_0055.JPG

ส่วน“วัดอุโบสถาราม” หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า “วัดโบสถ์” เดิมทีมีชื่อว่า “วัดโบสถ์มโนรมย์ ” ตั้งอยู่ริมแม่น้ำสะแกกรัง จัดเป็นศาสนสถานเก่าแก่ที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองอุทัยธานีมาตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น เป็นอีกวัดที่มีความสำคัญสำหรับชาวอุทัยธานีเลยค่ะ

DCIM100MEDIADJI_0058.JPG

อีกหนึ่งสถานที่สุดท้ายที่อิ้มจะพามาชมในรีวิวนี้นั่นก็คือ ชมวิถีชีวิตริมน้ำสะแกกรัง

บนผืนแม่น้ำสะแกกรังแห่งนี้  ยังมีชุมชนชาวแพแม่น้ำสะแกกรัง ในเขตจังหวัดอุทัยธานีนับเป็นอีกหนึ่งวิถีชีวิตที่หาได้ยากมากแล้วในโลกยุคปัจจุบัน นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก ในการล่องเรือในแม่น้ำสะแกกรังอยู่ที่เรือนแพที่มีชาวแพอาศัยอยู่มาหลายชั่วอายุคน

22 (3)22 (4)22 (5)

ในสมัยก่อนจะมีบ้านเรือนแพอยู่ ทั้งหมดกว่า 300 หลัง ทุกเรือนแพมีบ้านเลขที่และทะเบียนบ้านรับรองการอยู่อาศัย ถูกต้อง ตามกฎหมาย ปัจจุบันยังเหลือชาวแพที่อาศัยอยู่ในสายน้ำแห่งชีวิตสายนี้กว่า 200 หลัง โดยทางการไม่อนุญาต ให้มีการออกทะเบียนบ้านให้แพที่สร้างใหม่อีกแล้ว

22 (7)DCIM100MEDIADJI_0062.JPG

การชมวิถีชีวิตลุ่มน้ำสะแกรัง ควรมาชมสองช่วง คือ ช่วงเย็นตอนบ่ายแก่ๆ จะได้แสงยามเย็นที่งดงาม อบอุ่น และช่วงเช้า ซึ่งจะได้ชมวิถีชีวิตของชาวบ้านที่งดงามในยามเช้า เห็นพระบิณฑบาตรเป็นภาพที่สวยงามมาก

อุทัยธานี จากเมืองที่ไม่เคยไป แต่อิ้มกลับกลายเป็นคนที่นี่ กลายเป็นคนนึงในจังหวัดที่มีคุณค่า

อุทัยธานี ไม่ได้เป็นแค่เมืองสโลวไลฟ์ ตามกระแสสังคม ไม่ได้เป็นแค่เมืองที่เป็นทางผ่าน แต่อุทัยธานีเป็นเมืองที่มีค่ามาก มีความสำคัญทางด้านวัฒนธรรม ประเพณี และด้านประวัติศาสตร์ มีเอกลักษณ์ทางด้านความเป็นอยู่ และยังมีผืนป่าที่เป็นมรดกโลกที่น่าอนุรักษ์รักษาอย่างห้วยขาแข้ง มีคุณค่าตราบนานเท่านาน จึงปฎิเสธไม่ได้เลยว่า จังหวัดอุทัยธานี เป็นอีกจังหวัดที่ไม่ควรมองข้ามผ่าน และเป็นอีกจังหวัดที่มีคุณค่ามากในประเทศไทย

ขอบคุณ บรีส ผู้ชายที่แสนจะอบอุ่น ที่ทำให้ได้รู้จัก อุทัยธานี มากยิ่งขึ้น ขอบคุณที่ทำให้อิ้มได้มาสัมผัสกับจังหวัดอุทัยธานี จนทำให้รู้สึกว่าอิ้มเป็นส่วนนึงของคนอุทัยธานีไปแล้ว

เมืองไทยมีสถานที่ท่องเที่ยวที่วิเศษมากมายรอให้เราได้สัมผัส ทุกสิ่งทุกอย่าง ที่คุณอยากพบ อยากเจอ อยากรู้ อยากเห็น บางอย่างล้วนอยู่ใกล้ตัวคุณจนคุณอาจมองข้ามหรือไม่รู้ตัว ถ้าอยากรู้มากขึ้นก็ลองใช้หัวใจออกไปสัมผัสโลกกว้าง แล้วคุณจะรู้ว่ามันเป็นเรื่องจริง ความสุขอยู่ไม่ไกลตัวเรา

12 thoughts on “อุทัยธานี จากเมืองที่ไม่เคยไป แต่ทำไมฉันกลายเป็นคนที่นี่

  1. ขอบคุณข้อมูลดีๆและการสละเวลารีวิวทริปนี้นะคะ ทำให้รู้จักจ.อุทัยธานีได้มากเลยทีเดียวจนอยากจะไปสัมผัสด้วยตัวเองเลยค่ะ ❤️ 👏👏👏👏

    Liked by 1 person

  2. ร้านกาแฟ I am cafe’ ไปตามรีวิวมา ถูกใจมาก กาแฟรสชาติดี มุมให้ถ่ายรูปก็น่ารักดีครับ
    ขอบคุณสำหรับรีวิวดีๆแบบนี้นะครับ

    Liked by 1 person

  3. เล่าเรื่องอ่านแล้วสบายๆดีค่ะ ชอบมาก กำลังจะไปค่ะ อยากไปที่ๆเป็นธรรมชาติ ที่ยังไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวไป

    Like

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s